Etton 的个人资料<<< ETTON PLANET >>>照片日志列表更多 工具 帮助

日志


3月8日

ความกลัวพื้นฐานแต่ละลักษณ์

พักเรื่องนี้ไปซะนาน ต้องขอโทษคนที่ส่งแบบทดสอบมาแล้วผมไม่ได้ตอบไปจริงๆ นะครับ ช่วงนั้นไม่ค่อยมีเวลาเลย จะกลับมาตอบย้อนหลังก็คิดว่าน่าจะลืมไปแล้ว ช่วงนี้เลยพยายามตอบให้มาก ๆ เลยครับ

ความจริงอยากชี้แจงตรงนี้นิด ว่าผลที่ได้ไม่สามารถชี้ขาดหรือชี้ชัดในลักษณ์ของแต่ละคนได้นะครับ เราควรจะสำรวจตัวเราเองควบคู่กับการศึกษา หรือถ้าให้ดีเลยเข้าไปอบรมเลยครับ น่าจะได้ผลดีกว่า (ดูได้จาก http://newsite.enneagramthailand.com)

วันนี้ผมเอาคล้าย ๆ Basic Fear (ความกลัวพื้นฐาน) ของแต่ละลักษณ์มาฝากครับ ต้องขอขอบคุณเว็บไซต์ของสมาคมนพลักษณ์แห่งประเทศไทยครับ เพราะผมยกข้อมูลมาเต็ม ๆเลย (
http://newsite.enneagramthailand.com)

* สีแดงคือส่วนที่ผมต่อเติมเองครับ

ลักษณ์ 1 ความผิดพลาด (Error)

ชีวิตคน 1 คือการดิ้นรนที่จะเป็นจะทำในสิ่งที่ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะหลีกเลี่ยงการทำความผิดพลาด บกพร่องทุกรูปแบบตลอดเวลา ตลอดชีวิต ด้วยความกลัวที่จะพลาดจึงมักพยายามยึดหลักเกณฑ์และมาตรฐาน โดยจะไม่มีการลัดขั้นตอนของการทำอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะเป็นเครื่องช่วยตรวจให้แน่ใจว่า คน 1 จะไม่ผิดพลาด

ลักษณ์ 2 การพึ่งพิงคนอื่น (Dependence Own Need)
ด้วยกิเลสประจำลักษณ์ของความถือตัวและโลกทัศน์ของความเป็นผู้ให้ ทำให้คน 2 เป็นฝ่ายรับไม่ได้และจะพยายามหลีกเลี่ยงสภาวะการณ์ที่ทำให้ตนต้องพึ่งพิงผู้อื่น ความกลัวนี้ก็เป็นเหตุมาจากการที่คน 2 ลุ่มหลงในความรักนั่นเอง ด้านลบของจิตใจคน 2 ต้องการเพียงแต่"ให้"เพื่อที่จะสร้างข้อแม้ให้คนมารัก จึงเลี่ยงที่จะติดหนี้บุญคุณ ด้วยความกลัวข้อแม้นั้นเอง

ลักษณ์ 3 ความล้มเหลว (Failure)

ภาพลักษณ์ของความเป็นผู้ประสบความสำเร็จผู้ชนะทำให้คนเราล้มไม่ได้ แพ้ไม่เป็น คน 3 จึงทำทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยงความล้มเหลว เหตุนี้แหละ ที่ทำให้คน 3 จะพยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดหรือไม่ยอมรับในความผิด พร้อมทั้งมักพยายามสร้างภาพให้ตนเองดูดีเสมอ โดยเฉพาะเรื่องงานคน 3 จะเป็นต้นแบบของความบ้างานเลยทีเดียว


ักษณ์ 4 ความเป็นธรรมดาสามัญ (Ordinariness)
พึงรักษาไว้ซึ่งความรู้สึกว่าตนมีอะไรพิเศษไม่เหมือนคนทั่วไป คน 4 ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำคนรู้สึกหรือดูเหมือนคนธรรมดาสามัญ บางครั้งก็กลายเป็นความหลุดโลกที่มากเกินไป และเป็นเหตุให้คนรอบข้างสงสัยในความพิเศษว่า"เรียกร้อง"หรือไม่


ลักษณ์ 5 การสูญเสียพลัง/ทรัพยากร (Energy Loss)
ด้านกิเลสของความโลภและโลกทัศน์ที่มองว่าโลกและตนเองมีพลังและทรัพยากรที่จำกัดไม่่เพียงพอ คน 5 จึงหลีกเลี่ยงการที่ทำให้คนต้องสูญเสียพลังงาน เวลา ทรัพยากรทุกรูปแบบ คน 5 จึงมักจะตัดสิ่งที่ตนเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ออก
รวมทั้งหาความรู้เพิ่มให้ตนเองเสมอ เพราะกลัวที่จะต้องสูญเีสียทรัพยากรที่ตนพึงมี

ลักษณ์ 6 ความไม่มั่นคง/อันตราย (Insecurity)
คน 6 มักจินตนาการสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปในทางร้าย ซึ่งเป็นความทุกข์พื้นฐานที่รบกวนคน 6 อยู่ตลอดเวลา ทำให้คน 6 คอยใส่ใจเป็นพิเศษกับสิ่งที่จะไม่คุกคามชีวิตตนในแง่ความมั่นคง ปลอดภัยและจะหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นอยู่เสมอ ซึ่งก็เพราะความตรวจตรานี้เอง ที่ทำให้คน 6 มักไม่ได้เริ่มทำอะไรดังที่หวังเสียที ผลัดวันประกันพรุ่งบ่อย ๆ เรียกไำด้ว่าวางแผนได้อย่างเดียว

ลักษณ์ 7 ความจำกัด/ความเจ็บปวด (Limitation/Pain)
ด้วยกิเลสประจำลักษณ์ของความตะกละ คน 7 จึงต้องการดำรงสถานะที่ให้อิสรภาพสูงสุด มีโอกาสและทางเลือกมากที่สุด จึงต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้คน 7 รู้สึกถูกจำกัดสูญเสียทางเลือกและด้วยบุคลิกสุขนิยม คน 7 จึงทนอยู่กับความเจ็บปวดและด้านลบของชีวิตไม่ได้ ต้องหลีกหนีตลอดเวลา คน 7 มักกลัวที่จะพลาดความสุขไปด้วย ทำให้พยายามหาโอกาสที่จะทำกิจกรรมอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ทั้งหนีความทุกข์และสร้างความสุข 

ลักษณ์ 8 ความอ่อนแอ (Vulnerability)
ด้วยโลกทัศน์ที่มองว่าโลกเกิดจากการใช้อำนาจที่ไม่ยุติธรรม การจะอยู่รอดได้ก็ต้องต่อสู้ด้วยความเข้มแข็งเท่านั้น คน 8 จึงจะยอมให้ตนรู้สึกอ่อนแอหรือถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอไม่ได้ จนคนรอบข้างมักจะมองว่า โผงผาง ก้าวร้าว ยิ่งถ้าเป็นคนไม่รู้จักแทบจะไม่อยากเสวนาด้วยเลย หรือบางทีก็"แข็งข้อ"ขึ้นมาแบบไม่มีสาระไปเสียอย่างนั้น

ลักษณ์ 9 ความขัดแย้ง (Conflict)
ด้วยความเชื่อที่ว่าโลกจะต้องราบรื่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเท่านั้น ทำให้คน 9 ยอมรับสภาวะของความขัดแย้งแตกต่างกันไม่ได้และจะคอยหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นผลทำให้คน 9 ชอบซ่อนปัญหาจนทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ กลัวที่จะยอมรับว่าตนเองมีปัญหา

ปล. บางคนอาจงงว่าพูดถึงอะไรอยู่ แนะนำว่าตามเว็บไซต์ที่ลิงค์ให้ไปเลยครับ หรือไม่ก็ลองคลิกดู ที่นี่ครับ

                                                                                       ตอดอง

3月1日

สำหรับคนไกลบ้าน

    ไม่ได้แตะบล็อกมา 5 เดือนเต็ม ๆ พอดี ได้แตะสักทีชักทำไรไม่ถูก เพลงประกอบบล็อกเดือนนี้ มีความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ ว่าต้องมีไว้ฟังให้ได้ แต่โตมาก็ลืม ๆ ไป วันนี้มีทั้งเนื้อเพลงและคำแปลเก็บไว้แล้ว ...น้ำตาแทบเล็ด

เนื้อเพลงครับ


H
ahauesama ogenki desuka
Yoube sugi no kozue de akaru hikaru hoshi hitotsu mitsukemashita
Hoshi wa mitsumemasu hahaue noyoni totemo yasashiku
Watashi wa hoshi ni hanashimasu kujike masen yo otoko no ko desu
Sabishiku nattara hanashi ni kimasu ne itsuka tabun
Sorede wa mata otayorishimasu hahauesama ikkyu


Hahauesama ogenki desuka
Kinou otera ni ko nekoga tonari no mura ni morawarete ikimashita
Ko neko wa nakimashita kaasan neko ni higamitsuite
Watashi wa iimashita naku no wa oyoshi sabishikunai sa
Otoko no kodaro kaasan ni aeru yo itsuka kitto
Sorede wa mata otayorishimasu hahauesama ikkyu

คำแปลครับ (ถ้าใครจะว่าผมแปลผิด แนะนำว่าอย่าด่าให้เก้อ เพราะผมก๊อปมาเต็มๆ)

ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า
เมื่อคืนผมเห็นดาวดวงหนึ่งส่องแสงสุกใสงอยู่บนปลายยอดไม้ซีด้า
เมื่อจ้องมองดาวดวงนั้นผมรู้สึกถึงความอ่อนโยนของท่านแม่
ผมคุยกับดวงดาวนั้นว่าผมเป็นลูกผู้ชายจะไม่ท้อแท้
ถ้าเมื่อใดที่ผมเหงาผมจะมาคุยด้วยอีก
แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก อิ๊กคิว

ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า
เมื่อวานนี้ที่วัดของเรามีคนจากหมู่บ้านข้างๆเอาลูกแมวตัวน้อยมาให้
เจ้าแมวน้อยร้องไห้เพราะว่ายังติดแม่ของมันอยู่
ผมบอกกับมันว่าอย่าร้องไห้ไปเจ้าจะไม่เหงาหรอก
เป็นลูกผู้ชายใช่ไหม แล้ววันหนึ่งเจ้าจะได้เจอแม่เอง
แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก อิ๊กคิว

       ปล.ขอบคุณแหล่งที่มาครับ (ระบุไม่ได้ เพราะไม่รู้เว็บไหนคือต้นแบบ เพราะพอหาในกูเกิ้ล มันก็เป็นอันเดียวกันหมด ส่วนเนื้อเพลงผมมีการดัดแปลงให้เล็กน้อย ให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ไม่ได้เก่งอะไรรอกครับ แค่พออ่าน"คาตาคานะ"ได้เท่านั้นเอง และขอบคุณ Final Fantasy อีกทีที่ทำให้ผมมีวันนี้)

                                                                                              ตอดอง