Etton 的个人资料<<< ETTON PLANET >>>照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
9月5日 รู้ไว้ใช่ว่า (2) หลังจากให้เอกสารครบแล้ว ก็นั่งรอสักครู่ (ลักษณะการเช็คอินของแต่ละโรงแรมจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของโรงแรม ระดับความสำคัญของแขก ฯ) พนักงานต้อนรับก็จะอธิบายทุกข้อมูล ทุกเรื่อง(ยกเว้นการเมือง)ให้คุณฟังจนคุณแทบจะบรรลุแล้วก็สามารถลาออกจากงานมาเป็นผู้จัดการที่โรงแรมได้เลย อธิบายความจริงตรงนี้นิดครับ ความจริงพนักงานก็ไม่ได้อยากที่จะอธิบายให้มันยืดเยื้อเท่าไหร่ เพราะลองจินตนาการดูว่าถ้าต้องพูดกับแขกหนึ่งห้องเยอะขนาดนี้ แล้ววันๆหนึ่งเช็คอินบางโรงแรมเป็นร้อยห้องครับ แต่เนื่องจากความใหญ่โตของโรงแรมจึงทำให้มีรายละเอียดเยอะมาก แล้วเมื่อเวลาแขกมีปัญหาหรือทำอะไรพลาดไปแขกก็จะทำแอ๊บแบ๊ว มึนๆ งงๆ แล้วตามด้วยคำว่า"กูไม่รู้" ซึ่งก็แน่นอนความผิดก็จะถามหาพนักงานที่ทำการเช็คอิน เพราะฉะนั้น การป้องกันตัวเองขั้นพื้นฐานของพนักงานต่อผู้จัดการคือ"มีอะไรใส่ไม่ยั้ง" มันเข้าใจหรือป่าวไม่รู้แต่"กูบอกแล้วนะ" ดังนั้นฟังไปบ้างก็ได้ แต่ถ้าจำไม่หมดก็ไม่ต้องจำค่อยมาถามภายหลังก็ได้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ แต่ย้ำว่าไม่เข้าใจอะไรก็มาถามดีกว่านะครับ อย่าไปคิดเองเออเอง เดี๋ยวจะเสียเงินไม่รู้ตัวครับ
จากนั้นก็จะมีพนักงานพาไปห้องครับ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็น Bellboy นะครับอาจจะเป็น GSA หรือ GRO ก็ได้ ซึ่ง Bellboy จะส่งกระเป๋าตามมาทีหลัง ไม่ต้องห่วงเรื่องกระเป๋านะครับ ถึงห้องแน่นอนยกเว้นว่าเกิดการผิดพลาดจริงๆ แต่รับรองว่าไม่มีการตั้งใจแน่ๆ เพราะกระเป๋าก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่พนักงานพึงระวังเป็นที่สุด บางกรณีถึงขั้นพักฟรีมาแล้วก็มีครับ เรื่อง"การโกง"เป็นเรื่องที่โรงแรมระดับนี้จะสร้างภาพและลงทุนให้ตัวเองอยู่ห่างไกลจากคำนี้ที่สุด แขกโกงโรงแรมมีหลักฐานเห็นกันชัดๆโรงแรมยังต้องขอโทษ แต่โรงแรมทำพลาดแขกตั้งข้อกล่าวหาว่าโกง คุณเอ๊ยยยยย ให้ค่าชดเชยกันจนแขกกลับบ้านไปซื้อชินคอร์ปได้เลยทีเดียว เสร็จจากการอธิบายว่าคุณต้องนอนท่าไหน ถูอะไรก่อนตอนอาบน้ำ ละครช่อง 3 เรื่องอะไรแล้ว จากนี้ก็เป็นช่วงแจกอั่งเปาน้องๆ แล้วแหละครับ ผมบอกได้คำเดียว "เงินซื้อได้ทุกอย่าง"ครับ ไม่ใช่ซื้อความเป็นคนนะครับแต่เป็นการซื้อบริการครับ เข้าใจไว้เพื่อเป็นการคิดบวกที่ดีด้วย เพราะถ้าเข้าใจว่าจ่ายเงินมาเพื่อมีทาสไว้บริการ คุณก็จะปฏิบัติตนเยี่ยงมนุษย์ก่อนสมัยเลิกทาส ซึ่งความคิดกดขี่ข่มเหงนี่ก็จะนำมาซึ่งบริการหลังการขายของพนักงานโรงแรมดังที่ตัวอย่างผมมีไว้ให้ เพราะฉะนั้นทิปเยอะสิ่งที่ตามมาก็มักจะเป็นบริการเหนือความคาดหมายครับ พนักงานโรงแรมหลายคนอาจเถียงตรงนี้แต่ผมว่าทบทวนลึก ๆในใจให้ดี ๆกว่าครับ
2.การคืนห้องพัก (Check-Out = เช็คเอาท์)
แล้วก็มาถึงวันสุดท้าย เวลาเช็คเอาท์ของแต่ละโรงแรมจะแตกต่างกันไปครับ บางแห่ง 11.00 น.บางแห่งก็เที่ยงตรง วันเช็คอินน่าจะมีการบอกไว้แล้ว ถ้าไม่แน่ใจก็โทรถามเลยก็ได้ครับ จะได้เตรียมเก็บกระเป๋าถูกเวลา แต่บางโรงแรมเมื่อถึงเวลาก็จะมีการโทรถามว่าจะเช็คเอาท์หรือเปล่า แล้วก็จะมีคำถามสร้อยตามมาเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดประมาณว่า "ต้องการคนช่วยยกกระเป๋าไหมครับ" นั่นก็พึงระลึกไว้เลยนะครับว่าเขาไล่แล้ว ก็เก็บกระเป๋าเสียแล้วก็ลงมาที่เคาน์เตอร์เช็คเอาท์เลยครับ พร้อมกับกุญแจหรือคีย์การ์ดนะครับ จะต้องคืนหรือไม่คืนเอามาก่อนดีกว่าครับ
ส่วนมากถ้าเป็นกุญแจมักจะต้องคืนนะครับ เมื่อติดต่อทำการเช็คเอาท์ก็ต้องให้เวลาพนักงานทำการตรวจห้องนะครับ ยิ่งถ้าโรงแรมที่มีการใส่มินิบาร์(Minibar คือ สินค้าที่ใส่ไว้ในห้องเพิ่มเติม มีตั้งแต่ของกินยันถุงยาง บางครั้งก็มีการคิดเพิ่มรวมไปในค่าห้องแล้วแต่บางโรงแรมต้องจ่ายเพิ่ม)ก็จะต้องมีการเช็คกันนานเพิ่มสักนิด จากนั้นพนักงานเช็คเอาท์ก็จะทำการแสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วก็หยิบกระเป๋าตังสิครับ เสร็จปุ๊บก็กลับได้ อ้อ! แล้วถ้ามีการทำ Pre-Authorization กับเครดิตการ์ด แล้วคุณจ่ายค่าต่างๆด้วยเงินสด ก็เตือนพนักงานเช็คเอานิดนึงก็ได้ ว่าอย่าลึมทำการยกเลิกการกักวงเงินกับบัตรของคุณด้วย ซึ่งตรงนี้บางโรงแรมอาจจะมีหลักฐานให้แต่บางโรงแรมอาจไม่มี ก็ไม่ต้องดันทุรังขอให้ได้เพราะกลัวว่าเขาจะหักเงินไปนะครับ วงเงินที่ถูกกักพวกนี้ถ้าไม่มีการรูดก็จะยกเลิกอัตโนมัติใน2 สัปดาห์หรือ1 เดือนเอง หรือถ้าเกิดกลัวว่าโรงแรมจะแอบหักเงินไปโดยคุณไม่ได้รับรู้ก็กลับไปอ่านข้างบนนะครับ จะได้ไม่วิตกจริตเกินไป
ปล. รู้สึกเหมือนเขียนทื่อ ๆยังไงไม่รูนะครับ แค่อยากให้มันจบน่ะครับ เพราะค้างมานานเลยไม่ค่อยได้ใส่ไข่เท่าไหร่
ปล. 2 ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรกก็ คลิกเลย
ตอดอง
|
|
|