Profilo di Etton<<< ETTON PLANET >>>FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


03 giugno

ใช้หัวใจ...ให้เหมือนตลับคอนแท็คเลนส์

  วันนั้น....นั่งฟังเพลงอยู่ ไม่รู้องค์ไหนลง อยู่ดี ๆ ก็ดันไปนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง แล้วมองขึ้นไปบนเพดาน น้ำตาก็พาลจะไหล ทำไมชีวิตมันไม่เหมือนในนิยายรักเกาหลีวะ  เคยมะที่จะรู้สึกแบบว่า......ชีวิตมีคนผ่านเข้ามามากมายเหลือเกิน บางครั้งบางคราวก็กรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังจนกรูไม่มีอากาศจะหายใจ.....แต่กลับไม่มีเลยสักครั้งที่จะปล่อยให้ใจตัวเองได้ไว้ใจ ศรัทธา ยึดมั่นและแบ่งใจให้กับคนเหล่านั้นได้ จริง ๆมันเป็นความรู้สึกดีใจปนภูมิใจปนตื่นเต้นปนอะไรต่อมิอะไรที่เป็นสิ่งดี ๆ เมื่อได้รู้ว่าใครสักคนที่ราคิดว่าเขาดีและเขาดีต่อเรา อยากช่วยให้เขาไม่ต้องลำบากที่จะก้าวเข้าหาเราฝ่ายเดียว ไป ๆ มา ๆ อาจก้าวเข้าหาเขาเร็วกว่าอีก แต่มันไม่เคยไปในทิศทางแบบที่มันควรจะเป็นได้เลย เฮ้อออออ ....ฟังเพลงเดิม ๆที่เคยรู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน....แต่ก็นั่นแหละ ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมรู้สึกเสียใจในโอกาสที่ดีเหล่านี้เลย เพราะทุกครั้งที่กระบวนการที่ว่านี้เกิดขึ้น คนธรรมดาคนหนึ่งก็ถูกเปลี่ยนเป็นคนพิเศษได้ทันที ทั้ง ๆที่ คน ๆ นั้นก็อยู่ในโลกใบเดิม ๆ
 
  ตกลงเพลงเดือนนี้ไม่ได้ตามที่คาดไว้อีกและ กรูว่าแล้วมันต้องเปลี่ยน แต่เพลงนี้ก็เพราะมากนะครับ ได้ฟังในงานแต่งงานนึง เจ้าสาวร้องให้เจ้าบ่าว สวยงามมาก ๆ เลย ยังดีที่มันร้องเพลงเพราะ ตกลงคนเรานี่แต่งงานกันได้ด้วยนี่นะ  
 
  จริง ๆ ตอนแรกจะวิจารณ์หนังสักนิด หลังจากที่ไม่ได้ใส่ไข่หนังให้ทัศนคติมันลบเล่น ๆ มานานแล้ว แต่พอได้ยินข่าวของ ทรนง ศรีเชื้อ ก็เลย....เอ.....พักไว้ก่อนดีกว่า
 
  "เคยมีคนพูดว่า เขามีสถานที่ ๆ นึงที่เขาจะไปผ่อนคลายได้ทุกเวลาและทุกครั้งยามที่เขาไม่สบายใจ ผมก็ได้แต่คิดในใจ...ก็มันไม่น้อยใจใครนี่เนอะ"
 
                              
                                                                                                                                     ตอดอง                  
 
   
22 maggio

กลับไม่ได้...ไปไม่ถึง

  หัวข้อเหมือนเพลงดังของนักร้องขวัญใจปะป๊ามะม๊าผม ที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ ไปแอบรักคนมีเจ้าของเลยนะครับ......ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย วันนี้จะมาสาธยายให้ฟังในอีกรูปแบบครับ 
 
  เคยทำอะไรสักอย่างที่เราคิดว่าเป็นสิ่งธรรมดา ๆ สิ่งหนึ่ง แล้วจู่ๆ กลับมีคนบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องไหมครับ แล้วทำไปแล้ว...ทำให้จบก็ไม่ได้แล้ว เพราะมีคนทักและคอยจับตาดูแล้ว...ทิ้งไปก็เกินทำใจแล้ว เฮ้อ....กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง....ค้างเติ่ง...ติดแหงก...ดีนะที่คน 6 อ่ะ ไม่เคยมีผลลัพธ์ ๆ เดียว เราแหวกหญ้าเดินไปในทางที่คนอื่นไม่เคยคิดว่ามี...เก่งนะ แล้วมึงจะมาบอกทำไม
 
  "พื้นที่ที่เคยถูกทำร้ายด้วยรังสีที่รั่วไหล ทำอย่างไรก็คงปลูกต้นไม้ไม่ได้งามอย่างเดิมแน่นอน ฉันใดก็ฉันนั้นเหมือนใจคนที่ถูกทำร้าย....ฤาจะให้เป็นอย่างเดิมก็คงยาก "
 
                                                                             ตอดอง
10 maggio

นอนไม่หลับ

  imeem นี่เล่นตัวเข้าขั้นนี่นะ ต้องเปลี่ยนแท็คติคแล้วเปลี่ยนแท็คติคอีก กว่าจะฟังได้เต็มเพลง เดี๋ยวไม่นานก็คงฟังไม่ได้อีก เพราะดูแล้วไอ้วิธีนี้น่าไม่รอด น่าได้กลับไปใช้ Window Media Player อีกแน่ แต่รู้สึกว่าพอใช้ Firefox เปิดแ_ร่ง..ก็ไม่ขึ้นอีก ตอนนี้หน้า Desktop ก็ไม่มี IE แล้วนะคับ จะลำบากทำไมวะเนี่ย....เขียนลงกระดาษคงดีกว่า

  ช่วงนี้คนเล่นสเปซก็ยุ่งกันหมดเลยนะคับ หรือเขาไปเล่น Hi5 หมดแล้ววะ เมื่อไหร่มันจะลิ้งค์ให้ฮิ-ห้ามาเม้นสเปซได้วะ กูจะได้ไปเม้นเค้ามั่ง สเปซแ_ร่งเล่นก็ยาก ลูกเล่นก็สูงส่งเหลือเกิน โทรไปด่าไอ้บิล (เกตส์) สักทีดิ๊ แ_ร่งเอ๊ย..................โชคดีนะ_ึงที่กูลืมเติมตังค์ 

  เพลงเดือนหน้าถูกกำหนดตัวเรียบร้อยแล้วนะคับ เก่ามาก ๆ ของค่ายขวัญใจสาวฉันทนาในอดีตคับ ความหมายดีอ่ะชอบ อดใจรอฟังนะคับ...........จากกันเมื่อยังรัก ปวดร้าวฉันเข้าใจ แต่ดีกว่าจากไปเพราะเราเกลียดกัน.......จ๊าบคั่ก ๆ โดนละโหะ

  เคยนั่งดู MV พวกเพลงรักที่มีตัวละครเป็นพหูพจน์+1 มั่งไหมคับ น่าสงสัยเนอะว่าความรักมันถูกออกแบบให้มีได้หลายแปลนขนาดนั้นเลยหรือ แล้วมันเป็นเหตุจากที่ว่า"ความสวยงาม"มันมีหลากหลายหรือ"ความผิดหวัง"มันต่างรูปแบบมากมายกันแน่ เคยถามกับใครคนนึงว่าถ้าไม่เชื่อในโชคชะตาแล้ว...คุณเชื่อใน"โอกาส"ไหม ถ้าเชื่อ...มันก็อีหรอบเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่คนชอบพยายามนิยามให้"โอกาส"เป็นสิ่งที่สร้างได้ จับต้องได้ใกล้กว่า"โชคชะตา" หรือถ้าคนบางคนไม่เชื่อว่า"ความบังเอิญ"เป็นสิ่งที่มีจริงในโลก ทั้ง ๆที่มีหลักฐานอยู่ใน Inbox ของอีเมลเยอะขนาดนั้น เขาจะบอกว่าความบังเอิญสร้างได้หรือเปล่าหรือมันเป็น"โชคชะตา"เช่นกัน หรือถ้าคุณเชื่อใน"ความบังเอิญ"....ก็ไม่มีสมการไหนในโลกอธิบายกระบวนการเกิดของมันได้ แล้วคน 2 คนจากกี่ร้อยล้านหน่วย ถูกออกแบบให้เจอกันจากความบังเอิญ โชคชะตาหรือโอกาส เพื่อต่อเข้าแต่ละร่องแต่ละแง่งของกันและกัน แล้วก็ทำให้เกิดลูกโซ่ของจิ๊กซอว์ตัวอื่น ๆ อีก....แต่ถ้าเราจินตนาการเป็นมิติก็จะเห็นว่า จิ๊กซอว์ตัวเดียวก็สามารถจับกับจิ๊กซอว์ตัวอื่นได้เป็นจำนวนพหูพจน์ เพียงแต่ใช้คนละร่องและคนละแง่ง ตัวผมเองเคยเห็นการจับกันของพันธะมาหลายรูปแบบ เกือบจะลืมไปแล้วจริง ๆ รูปแบบที่ถนัดสุด ก็ได้แต่หวังให้มันเป็นรูปแบบที่ถนัดสุดที่ว่านะ....ยังกับทไวไลท์ตอนที่ 2

  ปล.หนังก็ไม่เขียน นพลักษณ์ก็ไม่เพิ่ม ช่างเหอะ...ดีใจที่ได้แพล่ม ไม่ต้องเศร้านะคับ ผมร้องเผื่อไปหลายลิตรแล้ว
 
  ปล.2 ทำไมมันไม่เซ็นเซอร์คำว่า "กู" วะ

                                                                           ตอดอง  
01 maggio

ตามก็ตามวะ

   เพลงเดือนนี้ผมกะว่าจะไม่เอาเพลงที่คน ๆ เขาคลั่งกันจนดังไปหมด แต่ยอมให้เพลงนี้นิด ยิ่งฟังยิ่งชอบจริง ๆ ...Well open up your mind and see like me....open up your plans and damn you're free....

   แมวคลอกใหม่ คลอดมา 5 ตายตอนคลอด 2 หลังคลอดอีก 2 เหลือผู้รอดชีวิตหนึ่งเหมียว น้อง"หนำเลี้ยบ" กะว่าจะไม่ตั้งชื่อก่อนแล้ว เพราะหลายตัวที่ตั้งชื่อไปมักได้ใช้ไม่นาน แล้วก็จริง เช้าวันต่อมาหายหัวไปเลย แมวไม่รักดี...หนวดกล้า หางแข็ง ก็หนี เสียดายจริง ๆ เล้ย........ชื่อดี ๆ ยิ่งตั้งยากอยู่

   เบื่อมากครับ...ช่วงนี้เป็นช่วงที่ หน่ายชีวิตมาก ๆ ไม่มีไรทำ ไม่มีไรพิเศษ ไร้ค่า เฮ้ออออ นี่ถ้าผมเป็นคนลักษณ์ 3 ได้ฆ่าแมวเล่นแน่ ๆ อย่าเข้าใจผิดว่าผมว่าคน 3 นะครับ หมายถึงว่าคน 3 น่ะ เขาค่อนข้างบ้างาน มันทำให้ชีวิตมีคุณค่าครับ ซึ่งมันดีอยู่แล้ว (แล้วใครบอกฟะ ว่าไม่ชอบคน 3 ที่สุด) เซ็งมาก บอกได้คำเดียวว่าเซ็งมาก อยากร้องไห้เล่น ๆ วันละ 3 รอบ

                                                                                       ตอดอง
01 aprile

ความคิดถึง...ไม่โทรก็ถึง...เพราะคิดก็ถึง

"โกอาร์ต ๆ ดา กำลังจะเปลี่ยนเบอร์แล้วนะ เดี๋ยวส่งจดหมายไปบอกนะ แล้วเมื่อไหร่โกอาร์ตจะมีโทรศัพท์กับเขาซะทีอ่ะ"
"ก็กำลังดู ๆ อยู่อ่ะ....คิดถึงอย่างแรงนิ"
 
   ผมเป็นคนหนึ่งที่ถูกด่าบ่อยมาก ว่าเป็นคนมีปัญหากับ"คำนำ" เพราะในวงสนทนา คนที่พูดด้วยมักจะคิดตามไม่ทันว่า"มันพูดไปถึงเรื่องไหนแล้ววะ" ไม่ใช่เพราะหัวผมไวกว่าหรือไงหรอกครับ แต่เพราะเวลาพูดอะไรผมไม่รู้จัก"เกริ่น" ผมแ_ร่งก็ไม่คิดจะปรับปรุงหรอกครับ เพราะพอดีก็ไม่มีใครขอร้องให้ผมปรับปรุงเลย......... แต่เขาขอให้ผมหยุดพูดแทน
 
  ....เพลงเดือนนี้เพราะนะครับ
  " ยิ่งคิดยิ่งไกล กรุงเทพฯ-ปักษ์ใต้ ห่างหลายกิโล..."
  ขอบคุณที่หลาย ๆคนเห็นด้วยครับ.......แ_ร่งจะอินอะไรนักหนาวะ 
 
                                                                                             ตอดอง
08 marzo

ความกลัวพื้นฐานแต่ละลักษณ์

พักเรื่องนี้ไปซะนาน ต้องขอโทษคนที่ส่งแบบทดสอบมาแล้วผมไม่ได้ตอบไปจริงๆ นะครับ ช่วงนั้นไม่ค่อยมีเวลาเลย จะกลับมาตอบย้อนหลังก็คิดว่าน่าจะลืมไปแล้ว ช่วงนี้เลยพยายามตอบให้มาก ๆ เลยครับ

ความจริงอยากชี้แจงตรงนี้นิด ว่าผลที่ได้ไม่สามารถชี้ขาดหรือชี้ชัดในลักษณ์ของแต่ละคนได้นะครับ เราควรจะสำรวจตัวเราเองควบคู่กับการศึกษา หรือถ้าให้ดีเลยเข้าไปอบรมเลยครับ น่าจะได้ผลดีกว่า (ดูได้จาก http://newsite.enneagramthailand.com)

วันนี้ผมเอาคล้าย ๆ Basic Fear (ความกลัวพื้นฐาน) ของแต่ละลักษณ์มาฝากครับ ต้องขอขอบคุณเว็บไซต์ของสมาคมนพลักษณ์แห่งประเทศไทยครับ เพราะผมยกข้อมูลมาเต็ม ๆเลย (
http://newsite.enneagramthailand.com)

* สีแดงคือส่วนที่ผมต่อเติมเองครับ

ลักษณ์ 1 ความผิดพลาด (Error)

ชีวิตคน 1 คือการดิ้นรนที่จะเป็นจะทำในสิ่งที่ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะหลีกเลี่ยงการทำความผิดพลาด บกพร่องทุกรูปแบบตลอดเวลา ตลอดชีวิต ด้วยความกลัวที่จะพลาดจึงมักพยายามยึดหลักเกณฑ์และมาตรฐาน โดยจะไม่มีการลัดขั้นตอนของการทำอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะเป็นเครื่องช่วยตรวจให้แน่ใจว่า คน 1 จะไม่ผิดพลาด

ลักษณ์ 2 การพึ่งพิงคนอื่น (Dependence Own Need)
ด้วยกิเลสประจำลักษณ์ของความถือตัวและโลกทัศน์ของความเป็นผู้ให้ ทำให้คน 2 เป็นฝ่ายรับไม่ได้และจะพยายามหลีกเลี่ยงสภาวะการณ์ที่ทำให้ตนต้องพึ่งพิงผู้อื่น ความกลัวนี้ก็เป็นเหตุมาจากการที่คน 2 ลุ่มหลงในความรักนั่นเอง ด้านลบของจิตใจคน 2 ต้องการเพียงแต่"ให้"เพื่อที่จะสร้างข้อแม้ให้คนมารัก จึงเลี่ยงที่จะติดหนี้บุญคุณ ด้วยความกลัวข้อแม้นั้นเอง

ลักษณ์ 3 ความล้มเหลว (Failure)

ภาพลักษณ์ของความเป็นผู้ประสบความสำเร็จผู้ชนะทำให้คนเราล้มไม่ได้ แพ้ไม่เป็น คน 3 จึงทำทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยงความล้มเหลว เหตุนี้แหละ ที่ทำให้คน 3 จะพยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดหรือไม่ยอมรับในความผิด พร้อมทั้งมักพยายามสร้างภาพให้ตนเองดูดีเสมอ โดยเฉพาะเรื่องงานคน 3 จะเป็นต้นแบบของความบ้างานเลยทีเดียว


ักษณ์ 4 ความเป็นธรรมดาสามัญ (Ordinariness)
พึงรักษาไว้ซึ่งความรู้สึกว่าตนมีอะไรพิเศษไม่เหมือนคนทั่วไป คน 4 ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำคนรู้สึกหรือดูเหมือนคนธรรมดาสามัญ บางครั้งก็กลายเป็นความหลุดโลกที่มากเกินไป และเป็นเหตุให้คนรอบข้างสงสัยในความพิเศษว่า"เรียกร้อง"หรือไม่


ลักษณ์ 5 การสูญเสียพลัง/ทรัพยากร (Energy Loss)
ด้านกิเลสของความโลภและโลกทัศน์ที่มองว่าโลกและตนเองมีพลังและทรัพยากรที่จำกัดไม่่เพียงพอ คน 5 จึงหลีกเลี่ยงการที่ทำให้คนต้องสูญเสียพลังงาน เวลา ทรัพยากรทุกรูปแบบ คน 5 จึงมักจะตัดสิ่งที่ตนเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ออก
รวมทั้งหาความรู้เพิ่มให้ตนเองเสมอ เพราะกลัวที่จะต้องสูญเีสียทรัพยากรที่ตนพึงมี

ลักษณ์ 6 ความไม่มั่นคง/อันตราย (Insecurity)
คน 6 มักจินตนาการสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปในทางร้าย ซึ่งเป็นความทุกข์พื้นฐานที่รบกวนคน 6 อยู่ตลอดเวลา ทำให้คน 6 คอยใส่ใจเป็นพิเศษกับสิ่งที่จะไม่คุกคามชีวิตตนในแง่ความมั่นคง ปลอดภัยและจะหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นอยู่เสมอ ซึ่งก็เพราะความตรวจตรานี้เอง ที่ทำให้คน 6 มักไม่ได้เริ่มทำอะไรดังที่หวังเสียที ผลัดวันประกันพรุ่งบ่อย ๆ เรียกไำด้ว่าวางแผนได้อย่างเดียว

ลักษณ์ 7 ความจำกัด/ความเจ็บปวด (Limitation/Pain)
ด้วยกิเลสประจำลักษณ์ของความตะกละ คน 7 จึงต้องการดำรงสถานะที่ให้อิสรภาพสูงสุด มีโอกาสและทางเลือกมากที่สุด จึงต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้คน 7 รู้สึกถูกจำกัดสูญเสียทางเลือกและด้วยบุคลิกสุขนิยม คน 7 จึงทนอยู่กับความเจ็บปวดและด้านลบของชีวิตไม่ได้ ต้องหลีกหนีตลอดเวลา คน 7 มักกลัวที่จะพลาดความสุขไปด้วย ทำให้พยายามหาโอกาสที่จะทำกิจกรรมอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ทั้งหนีความทุกข์และสร้างความสุข 

ลักษณ์ 8 ความอ่อนแอ (Vulnerability)
ด้วยโลกทัศน์ที่มองว่าโลกเกิดจากการใช้อำนาจที่ไม่ยุติธรรม การจะอยู่รอดได้ก็ต้องต่อสู้ด้วยความเข้มแข็งเท่านั้น คน 8 จึงจะยอมให้ตนรู้สึกอ่อนแอหรือถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอไม่ได้ จนคนรอบข้างมักจะมองว่า โผงผาง ก้าวร้าว ยิ่งถ้าเป็นคนไม่รู้จักแทบจะไม่อยากเสวนาด้วยเลย หรือบางทีก็"แข็งข้อ"ขึ้นมาแบบไม่มีสาระไปเสียอย่างนั้น

ลักษณ์ 9 ความขัดแย้ง (Conflict)
ด้วยความเชื่อที่ว่าโลกจะต้องราบรื่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเท่านั้น ทำให้คน 9 ยอมรับสภาวะของความขัดแย้งแตกต่างกันไม่ได้และจะคอยหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นผลทำให้คน 9 ชอบซ่อนปัญหาจนทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ กลัวที่จะยอมรับว่าตนเองมีปัญหา

ปล. บางคนอาจงงว่าพูดถึงอะไรอยู่ แนะนำว่าตามเว็บไซต์ที่ลิงค์ให้ไปเลยครับ หรือไม่ก็ลองคลิกดู ที่นี่ครับ

                                                                                       ตอดอง

01 marzo

สำหรับคนไกลบ้าน

    ไม่ได้แตะบล็อกมา 5 เดือนเต็ม ๆ พอดี ได้แตะสักทีชักทำไรไม่ถูก เพลงประกอบบล็อกเดือนนี้ มีความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ ว่าต้องมีไว้ฟังให้ได้ แต่โตมาก็ลืม ๆ ไป วันนี้มีทั้งเนื้อเพลงและคำแปลเก็บไว้แล้ว ...น้ำตาแทบเล็ด

เนื้อเพลงครับ


H
ahauesama ogenki desuka
Yoube sugi no kozue de akaru hikaru hoshi hitotsu mitsukemashita
Hoshi wa mitsumemasu hahaue noyoni totemo yasashiku
Watashi wa hoshi ni hanashimasu kujike masen yo otoko no ko desu
Sabishiku nattara hanashi ni kimasu ne itsuka tabun
Sorede wa mata otayorishimasu hahauesama ikkyu


Hahauesama ogenki desuka
Kinou otera ni ko nekoga tonari no mura ni morawarete ikimashita
Ko neko wa nakimashita kaasan neko ni higamitsuite
Watashi wa iimashita naku no wa oyoshi sabishikunai sa
Otoko no kodaro kaasan ni aeru yo itsuka kitto
Sorede wa mata otayorishimasu hahauesama ikkyu

คำแปลครับ (ถ้าใครจะว่าผมแปลผิด แนะนำว่าอย่าด่าให้เก้อ เพราะผมก๊อปมาเต็มๆ)

ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า
เมื่อคืนผมเห็นดาวดวงหนึ่งส่องแสงสุกใสงอยู่บนปลายยอดไม้ซีด้า
เมื่อจ้องมองดาวดวงนั้นผมรู้สึกถึงความอ่อนโยนของท่านแม่
ผมคุยกับดวงดาวนั้นว่าผมเป็นลูกผู้ชายจะไม่ท้อแท้
ถ้าเมื่อใดที่ผมเหงาผมจะมาคุยด้วยอีก
แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก อิ๊กคิว

ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า
เมื่อวานนี้ที่วัดของเรามีคนจากหมู่บ้านข้างๆเอาลูกแมวตัวน้อยมาให้
เจ้าแมวน้อยร้องไห้เพราะว่ายังติดแม่ของมันอยู่
ผมบอกกับมันว่าอย่าร้องไห้ไปเจ้าจะไม่เหงาหรอก
เป็นลูกผู้ชายใช่ไหม แล้ววันหนึ่งเจ้าจะได้เจอแม่เอง
แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก อิ๊กคิว

       ปล.ขอบคุณแหล่งที่มาครับ (ระบุไม่ได้ เพราะไม่รู้เว็บไหนคือต้นแบบ เพราะพอหาในกูเกิ้ล มันก็เป็นอันเดียวกันหมด ส่วนเนื้อเพลงผมมีการดัดแปลงให้เล็กน้อย ให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ไม่ได้เก่งอะไรรอกครับ แค่พออ่าน"คาตาคานะ"ได้เท่านั้นเอง และขอบคุณ Final Fantasy อีกทีที่ทำให้ผมมีวันนี้)

                                                                                              ตอดอง

05 settembre

รู้ไว้ใช่ว่า (2)

  หลังจากให้เอกสารครบแล้ว ก็นั่งรอสักครู่ (ลักษณะการเช็คอินของแต่ละโรงแรมจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของโรงแรม ระดับความสำคัญของแขก ฯ) พนักงานต้อนรับก็จะอธิบายทุกข้อมูล ทุกเรื่อง(ยกเว้นการเมือง)ให้คุณฟังจนคุณแทบจะบรรลุแล้วก็สามารถลาออกจากงานมาเป็นผู้จัดการที่โรงแรมได้เลย อธิบายความจริงตรงนี้นิดครับ ความจริงพนักงานก็ไม่ได้อยากที่จะอธิบายให้มันยืดเยื้อเท่าไหร่ เพราะลองจินตนาการดูว่าถ้าต้องพูดกับแขกหนึ่งห้องเยอะขนาดนี้ แล้ววันๆหนึ่งเช็คอินบางโรงแรมเป็นร้อยห้องครับ แต่เนื่องจากความใหญ่โตของโรงแรมจึงทำให้มีรายละเอียดเยอะมาก แล้วเมื่อเวลาแขกมีปัญหาหรือทำอะไรพลาดไปแขกก็จะทำแอ๊บแบ๊ว มึนๆ งงๆ แล้วตามด้วยคำว่า"กูไม่รู้" ซึ่งก็แน่นอนความผิดก็จะถามหาพนักงานที่ทำการเช็คอิน เพราะฉะนั้น การป้องกันตัวเองขั้นพื้นฐานของพนักงานต่อผู้จัดการคือ"มีอะไรใส่ไม่ยั้ง" มันเข้าใจหรือป่าวไม่รู้แต่"กูบอกแล้วนะ" ดังนั้นฟังไปบ้างก็ได้ แต่ถ้าจำไม่หมดก็ไม่ต้องจำค่อยมาถามภายหลังก็ได้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ แต่ย้ำว่าไม่เข้าใจอะไรก็มาถามดีกว่านะครับ อย่าไปคิดเองเออเอง เดี๋ยวจะเสียเงินไม่รู้ตัวครับ
 
  จากนั้นก็จะมีพนักงานพาไปห้องครับ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็น Bellboy นะครับอาจจะเป็น GSA หรือ GRO ก็ได้ ซึ่ง Bellboy จะส่งกระเป๋าตามมาทีหลัง ไม่ต้องห่วงเรื่องกระเป๋านะครับ ถึงห้องแน่นอนยกเว้นว่าเกิดการผิดพลาดจริงๆ แต่รับรองว่าไม่มีการตั้งใจแน่ๆ เพราะกระเป๋าก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่พนักงานพึงระวังเป็นที่สุด บางกรณีถึงขั้นพักฟรีมาแล้วก็มีครับ เรื่อง"การโกง"เป็นเรื่องที่โรงแรมระดับนี้จะสร้างภาพและลงทุนให้ตัวเองอยู่ห่างไกลจากคำนี้ที่สุด แขกโกงโรงแรมมีหลักฐานเห็นกันชัดๆโรงแรมยังต้องขอโทษ แต่โรงแรมทำพลาดแขกตั้งข้อกล่าวหาว่าโกง คุณเอ๊ยยยยย ให้ค่าชดเชยกันจนแขกกลับบ้านไปซื้อชินคอร์ปได้เลยทีเดียว เสร็จจากการอธิบายว่าคุณต้องนอนท่าไหน ถูอะไรก่อนตอนอาบน้ำ ละครช่อง 3 เรื่องอะไรแล้ว จากนี้ก็เป็นช่วงแจกอั่งเปาน้องๆ แล้วแหละครับ ผมบอกได้คำเดียว "เงินซื้อได้ทุกอย่าง"ครับ ไม่ใช่ซื้อความเป็นคนนะครับแต่เป็นการซื้อบริการครับ เข้าใจไว้เพื่อเป็นการคิดบวกที่ดีด้วย เพราะถ้าเข้าใจว่าจ่ายเงินมาเพื่อมีทาสไว้บริการ คุณก็จะปฏิบัติตนเยี่ยงมนุษย์ก่อนสมัยเลิกทาส ซึ่งความคิดกดขี่ข่มเหงนี่ก็จะนำมาซึ่งบริการหลังการขายของพนักงานโรงแรมดังที่ตัวอย่างผมมีไว้ให้ เพราะฉะนั้นทิปเยอะสิ่งที่ตามมาก็มักจะเป็นบริการเหนือความคาดหมายครับ พนักงานโรงแรมหลายคนอาจเถียงตรงนี้แต่ผมว่าทบทวนลึก ๆในใจให้ดี ๆกว่าครับ 
 
2.การคืนห้องพัก (Check-Out = เช็คเอาท์)
 
  แล้วก็มาถึงวันสุดท้าย เวลาเช็คเอาท์ของแต่ละโรงแรมจะแตกต่างกันไปครับ บางแห่ง 11.00 น.บางแห่งก็เที่ยงตรง วันเช็คอินน่าจะมีการบอกไว้แล้ว ถ้าไม่แน่ใจก็โทรถามเลยก็ได้ครับ จะได้เตรียมเก็บกระเป๋าถูกเวลา แต่บางโรงแรมเมื่อถึงเวลาก็จะมีการโทรถามว่าจะเช็คเอาท์หรือเปล่า แล้วก็จะมีคำถามสร้อยตามมาเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดประมาณว่า "ต้องการคนช่วยยกกระเป๋าไหมครับ" นั่นก็พึงระลึกไว้เลยนะครับว่าเขาไล่แล้ว ก็เก็บกระเป๋าเสียแล้วก็ลงมาที่เคาน์เตอร์เช็คเอาท์เลยครับ พร้อมกับกุญแจหรือคีย์การ์ดนะครับ จะต้องคืนหรือไม่คืนเอามาก่อนดีกว่าครับ
ส่วนมากถ้าเป็นกุญแจมักจะต้องคืนนะครับ เมื่อติดต่อทำการเช็คเอาท์ก็ต้องให้เวลาพนักงานทำการตรวจห้องนะครับ ยิ่งถ้าโรงแรมที่มีการใส่มินิบาร์(Minibar คือ สินค้าที่ใส่ไว้ในห้องเพิ่มเติม มีตั้งแต่ของกินยันถุงยาง บางครั้งก็มีการคิดเพิ่มรวมไปในค่าห้องแล้วแต่บางโรงแรมต้องจ่ายเพิ่ม)ก็จะต้องมีการเช็คกันนานเพิ่มสักนิด จากนั้นพนักงานเช็คเอาท์ก็จะทำการแสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วก็หยิบกระเป๋าตังสิครับ เสร็จปุ๊บก็กลับได้ อ้อ! แล้วถ้ามีการทำ Pre-Authorization กับเครดิตการ์ด แล้วคุณจ่ายค่าต่างๆด้วยเงินสด ก็เตือนพนักงานเช็คเอานิดนึงก็ได้ ว่าอย่าลึมทำการยกเลิกการกักวงเงินกับบัตรของคุณด้วย ซึ่งตรงนี้บางโรงแรมอาจจะมีหลักฐานให้แต่บางโรงแรมอาจไม่มี ก็ไม่ต้องดันทุรังขอให้ได้เพราะกลัวว่าเขาจะหักเงินไปนะครับ วงเงินที่ถูกกักพวกนี้ถ้าไม่มีการรูดก็จะยกเลิกอัตโนมัติใน2 สัปดาห์หรือ1 เดือนเอง หรือถ้าเกิดกลัวว่าโรงแรมจะแอบหักเงินไปโดยคุณไม่ได้รับรู้ก็กลับไปอ่านข้างบนนะครับ จะได้ไม่วิตกจริตเกินไป
 
    ปล. รู้สึกเหมือนเขียนทื่อ ๆยังไงไม่รูนะครับ แค่อยากให้มันจบน่ะครับ เพราะค้างมานานเลยไม่ค่อยได้ใส่ไข่เท่าไหร่
    ปล. 2 ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรกก็ คลิกเลย
                                                                 ตอดอง
 
19 agosto

วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน

   มีคนเคยบอกว่า พอใกล้ๆวันเกิด เราจะมีอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ฟุ้งซ่าน คิดอะไรไม่หยุด แต่ทั้งๆ ที่นี่มันเลยมาแล้ว ทำไมมันยัง....เฮ้อออ แมร่งต้องเป็นเพราะ....
 
18 สิงหาคม 2551: 
  00.00...น้ำไม่ไหล ! กูจะนอนอยู่แล้ว ฟันยังไม่ได้แปรง น้ำยังไม่ได้อาบ จะไปถามเจ้าหน้าที่ไหน ๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็คงนอนกอดเมียสบายใจไปแล้ว ครั้นจะปลุกข้างบ้านมาถามว่าเป็นเหมือนกันไหม ก็กลัวจะได้อวัยวะแทนคำตอบ ทำใจนอน ๆซะดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน.... วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน
 
  06.30...ตื่นไปทำบุญดีกว่า ว่าจะแปรงฟัน น้ำยังไม่ไหล !!!! นอนต่อก็ได้วะ... วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน
 
  11.00...ตื่นอีกรอบ เช็คน้ำก่อน...เย็ดซำโค่ นี่กูต้องแห่นางแมวหรือจุดบั้งไฟใช่ไหมเนี่ย เลยเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อหาไม้ไผ่ทำบั้งไฟ พลันก็มีเสียงจากข้างบ้านทักขึ้นว่า"ไม่รู้มีใครไปเช็คกับเจ้าหน้าที่หรือยัง" จึงวางไม้ไผ่แล้วเดินไปสำนักงานขายทันที ซึ่งก็ได้คำตอบว่า"ก็ไม่ไหลทุกบ้านแหละพี่" ตอนเดินออกมาก็ได้ยินเจ้าหน้าที่พูดอะไรประมาณว่า"เหม็นๆ...ฟัน..แปรง" อะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ไม่ได้สนใจ...วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน 
 
  15.00...กลับมาจากกินข้าว น้ำไหลแล้ววววว แต่เฮ้ยยย นี่สายยางกูสกปรกขนาดนี้เลยหรอวะ พอถอดสายยางออกถึงรู้ว่าที่แท้ก็เป็นน้ำนั่นเองที่มีตะกอน ใกล้ถึงเวลานัดเจอน้อง ๆ กันแล้ว ออกไปข้างนอกแล้วค่อยซื้อที่กรองกลับมาดีกว่า....วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน
 
  22.00...ซื้อที่กรองกลับมา กะมาต่อเข้ากับก๊อกน้ำ คนละขนาดกัน !!.....พลันหัวสมองก็แล่นขึ้นมา ป.5 วิชา สลน.... ข้อสอบถามว่าน้ำในข้อใดสะอาดพอดื่มได้ ตอดองตอบทันที น้ำแกว่งสารส้ม....อ้าวก็น้ำกลั่นมันไม่ใช่แค่พอดื่มได้นะครับ น้ำกลั่นน่ะต้องเรียกว่า ดื่มได้อย่างดีต่างหาก ....คุณครูถึงกับมองตาปริบ ๆ หลังจากที่ตอดอง อธิบายเหตุผลที่ท้วงคำตอบ....ใช่แล้ว ไปซื้อสารส้มมาแกว่งดีกว่าให้มันตกตะกอนแล้วค่อยอาบ...วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน
 
แล้วคุณจะไม่เชื่อ !!!
 
  ผมเดินเข้าห้างเล็ก ๆ อย่าง Big one , 7-11 รวมถึงร้านโชห่วยอีก 10 ร้านและร้านขายยาอีก 2 ร้าน .....อยากจะรีบกลับบ้านไปเขียนจดหมายถึงอ.ย. เพื่อฟ้องบริษัท Tross,Ban แล้วก็ Axe ทันที นี่สารส้มมันกลายเป็นตำนานไปแล้วหรือนี่ !!!!! คิดดูหน้าคนขายบางร้านพอถามถึงสารส้ม มองเหมือนผมขอซื้อยาบ้า พร้อมตบท้ายหลังจากบอกว่าไม่มี ด้วยคำแนะนำว่า พี่ว่าใช้ Tross ดีกว่านะ...ฟังเข้าหลายร้านเลยเกือบซื้อโรลออนไปแกว่งกับน้ำแล้วจริง ๆ นี่กูบ้าหรือมันโง่วะเนี่ยยย
 
  จนบัดนี้ 02.00...กูก็ยังไม่ได้อาบน้ำ ไม่เป็นไร้..อย่างน้อยก็มีเพื่อนเหม็นทั้งหมู่บ้านแหละวะ...วันนี้วันดีอย่าไปหงุดหงิดมัน !!!!
 
                                                                   ตอดอง
 
  
 
 
18 agosto

จดหมายจากเลพัง 2

  สุขสันต์วันเกิดกับทุกๆคนที่เกิดวันนี้นะครับ ก็คงไม่ต้องอวยพรอะไรกันมาก เพราะแค่เกิดมาก็พร้อมไปซะทุกอย่างแล้ว อาจจะให้หน้าตาดีน้อยลงนิด นิสัยดีน้อยลงหน่อย เพื่อไม่ให้เป็นที่อิจฉาของชาวบ้านชาวช่องนะครับ
12 luglio

ฆ่าเวลา

 
 
ทำไมมันยุ่งอย่างงี้วะ --!
13 giugno

ขอเชิญร่วมส่งความสมเพช

  วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคนๆหนึ่งที่...

-  จัดรายการวิทยุปลุกระดมรวมทั้งใส่ร้ายเพื่อให้ประชาชนเกลียดนักศึกษา ซึ่งกลุ่มที่มีบทบาทขณะนั้นก็เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่มันได้ร่ำเรียนมาจนทำให้มีความรู้เพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง จนเกิดเหตุการณ์"ล้อมปราบ"(สังหารหมู่)ทำให้นักศึกษาตายเจ็บนับร้อย "6 ตุลา"เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากจดจำในความผิดพลาดครั้งนั้นแต่ก็ยังเป็นหนึ่งในความอัปยศของประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่ทุกคนจำได้ดี แต่มันกลับไม่ยอมรับในอดีตที่ผิดพลาดของมัน ด้วยการเสนอข่าวกับสำนักข่าวใหญ่แห่งหนึ่งว่า"มีมอญตายเพียงหนึ่งคนจากเหตุการณ์ครั้งนั้น"รวมทั้งยืนยันว่า"ถ้าเลวจริงคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้" ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปขายประเทศ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปฏิเสธความผิดตนเอง ตอนเป็นนักศึกษามันน่าจะถูกกลั่นแกล้งจนเครียดแค้นหรือมีความฝังใจกับเพื่อนนักศึกษาแน่ๆ

- ถูกศาลลงโทษจำคุก 2 ปีข้อหาหมิ่นประมาท"รองผู้ว่าฯกทม."กับคู่หูของมันด้วยรายการที่มันใช้เป็นช่องทางกัดคนอื่นตามสันดาน ทั้งที่ศาลรอพิจารณาให้กลับตัวกลับใจ จากการวิพากษ์วิจารณ์ถึงขั้นใส่ร้ายคนอื่น ซึ่งรวมถึง"รัฐบุรุษ"ผู้เป็นตัวแทนแห่งพระมหากษัตริย์

- ย้อนถามนักข่าวว่า"เมื่อคืนไปเสพเมถุนกับใครมาหรือเปล่า" เมื่อนักข่าวพยายามถามถึงปัญหาภายในพรรค เพื่อแสดงให้เห็นถึงขอบเขตของคำถามส่วนบุคคล รวมถึงใช้ถ้อยคำรุนแรงกับสื่อและตอนอัดรายการของตนเอง "สื่อดัดจริต" "ให้นักข่าวหุบปาก" "ถามทำหอกอะไร" "จะมีใครตายไหม" ฯลฯ ท้ายสุดกล่าวโจมตีว่า ASTV หยาบคาย ซึ่งทุกคำพูดที่ ASTV นำมาตัดต่อนั้นเป็นคำพูดของมันเองเกือบทั้งหมด

- ราคาหมูและน้ำตาลสูงขึ้นมากจนเป็นที่เดือดร้อน มันที่เป็นนายกกลับบอกประชาชนว่า "ถ้าหมูแพงก็หันมากินไก่เสีย"และ"ราคาน้ำตาลขึ้นแค่ไม่กี่บาทไม่มีผลกระทบอะไรหรอก" รวมทั้งราคาข้าว น้ำมัน อุปกรณ์ก่อสร้าง ปุ๋ย ที่กำลังมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน กำลังเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่มันกลับพยายามผลักดันการเปิดคาสิโน โครงการแลนด์บริดจ์ รวมทั้งจะใช้งบประมาณหลายๆล้านเพื่อทำโพลสำรวจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

- ในวันสงกรานต์ ไม่มีใครมารดน้ำขอพรจากผู้นำประเทศคนนี้เลยในขณะที่ลูกน้องมันทั้งหลายไปเชียงใหม่กัน ซึ่งรวมทั้งวันเกิดมันปีนี้ก็เช่นกัน ยังไงถ้าสำนึกได้ตั้งแต่วันนี้ ก็กลับตัวกลับใจซะเหอะ ตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติ อำนาจอยู่ในมือ จะ"ตัวแทน"หรือ"ตัวจริง"อย่างน้อยตอนนี้ก็ผู้นำประเทศล่ะ

ปล. ขอเรื่องนี้ก่อนนะครับเป็น"Breaking News"

                                                            ตอดอง 

12 giugno

รู้ไว้ใช่ว่า

  ทำงานโรงแรมมาตั้งหลายปี ไม่เคยเขียนเกี่ยวกับโรงแรมเลย พอดีเจอแขก*เปรี้ยว(ตีน) วันนี้เลยอยากจะเขียนให้เป็นตัวอย่างแก่ผู้อ่านสักเล็กน้อย เพื่อวันไหนมีโอกาสต้องเดินทางไกลหรือได้ไปพักผ่อนในโรงแรม 5 ดาว อย่าคิดว่ามันไกลตัวครับ ไม่แน่ว่าถุงกล้วยแขกที่คุณกำลังกินอยู่ตอนนี้อาจมีชิ้นส่วนของตั๋วพักโรงแรม 5 ดาวอยู่ก็เป็นได้ หุ หุ รู้ไว้ใช่ว่าครับ จะได้ไม่เป็นขี้ปากพนักงานทั้งหลายแหล่ในโรงแรมครับ วันนี้ขอเริ่มที่หัวข้อการลงทะเบียนเข้าพัก(Check-in)และการคืนห้องพัก(Check-out)ก่อนนะครับ เนื่องจาก ได้ประสบการณ์สด ๆ เป็น ๆมา
  (* "แขก"(Guest) เป็นคำติดปากที่พนักงานใช้เรียกผู้มาเข้าพักและใช้บริการในโรงแรม ซึ่งก็เหมือนกับการที่ธุรกิจธนาคาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ เรียกผู้มาใช้บริการว่า "ลูกค้า"(Customer) หรือการที่ธุรกิจสายการบิน เรือสำราญ ฯ เรียกผู้มาใช้บริการว่า "ผู้โดยสาร"(Passanger)*)
 
1.การลงทะเบียนเข้าพัก(Check-in = เช็คอิน)
  ทันทีที่ลงจากพาหนะเมื่อถึงโรงแรม ไม่ต้องกลัวนะครับว่าจะหาที่เช็คอินไม่เจอ อาคันตุกะสัมพันธ์(Guest Relation Officer)หรือพนักงานยกกระเป๋า(Bellboy หรือ Bellman หรือ Porter)จะต้องเข้ามาเสนอหน้าทันที รับไหว้ รับน้ำดื่ม(Welcome drink) รับผ้าเย็น(Cold Towel หรือ Warm Towelแล้วแต่อากาศ) พวงมาลัยหรืออะไรจิปาถะซะ ของฟรีครับเอาไปเหอะ มีกระเป๋าก็ให้พนักงานยกไป ไม่ต้องกลัวครับตอนนี้เขายังไม่ทวงทิป ได้ให้แน่ใจเย็นๆ แล้วพนักงานพวกนี้ก็จะพาไปทำการเช็คอินครับ
 
  เอกสารที่คุณต้องเตรียมจริงๆ ก็มีแค่ไม่กี่อย่างครับ ไม่ต้องตื่นเต้น อันแรกก็เอกสารจองห้องพัก(Accomodation Voucher) เป็นตัวยืนยันเลยว่าคุณมีตัวตนและเป็นบุคคลที่โรงแรมตั้งหน้าตั้งตารอการให้บริการอยู่ รายละเอียดการได้รับเอกสารจะขออธิบายในหัวข้อการสำรองห้องพักในภายหลังครับ หยิบออกมาก่อนแล้วยื่นไปเลยครับ ยื่นไปเลย !! ไม่ใช่เดินเข้าไปประกาศนามของท่านอย่างภูมิใจแล้วไม่เตรียมพระแสงของ้าวอะไรเลย พนักงานที่ต่อให้เคยเจอหน้าคุณมาแล้ว ก็ต้องขอเอกสารครับ อย่าไปนั่งเทียนเอาว่าพนักงานต้องยอมให้เช็คอิน เพียงเพราะเคยเจอคุณหรือเห็นคุณที่ไหนมาก่อน หรืออาจไม่เคยเห็นเลย คุณก็คงคิดได้ว่าไม่มีบัตรประชาชนแปะอยู่บนหัวของคุณแน่ เพราะชื่อที่จองมาในระบบอาจจะไม่ใช่ตัวคุณหรือเกิดการผิดพลาดได้ จำไว้เถอะครับอย่าเบ่งกับพนักงานโรงแรมเลย(ถึงเป็นไอ้ปื๊ดที่ยิงจ่ายิ้มตาย พนักงานก็หาจากชื่อพ่อไม่ได้แน่นอนครับ) จะพาลทำให้เสียอารมณ์ทั้ง 2 ฝ่ายไปเปล่าๆ แล้วพนักงานต้อนรับ(Receptionist, Guest Service Agent, Guest Service Officer หรือ Resort Host)ก็จะเริ่มทำการเช็คอิน โดยคงจะถามจำนวนผู้เข้าพักก่อนครับ ไม่ต้องเม้มครับว่าจะกลัวเข้าพักมากเกินไปหรือเปล่า บอกตามจริงเหมือนตอนที่จอง ถ้ามีเพิ่มทีหลังก็บอกไปตรงนั้นครับและถกให้แจ่มไปเลยว่าจะคิดเงินเพิ่มหรือเปล่า จริงๆเม้มไปถ้าจับได้ก็แค่เป็นขี้ปากทั้งโรงแรมเท่านั้นแหละครับ ถ้านามสกุลท่านดังหน่อยก็คงจะเป็นขี้ปากทั้งโรงแรมทั่วประเทศอ่ะครับ นี่เรื่องจริงนะครับเรื่องนี้ หนักกว่านั้นบางโรงแรมอาจส่งจดหมายเชิญมาติดต่อเพื่อเช็คและคิดเงินเพิ่มหรือเจรจาต่อรองอะไรในระหว่างพักก็เป็นได้ หรือถ้าทำเป็นไม่สนใจจดหมาย โรงแรมก็จะเก็บทีเดียวตอนเช็คเอ้าท์ครับ ซึ่งอาจไม่ใช่แค่อายอย่างเดียวแล้วแหละครับ เพราะฉะนั้นความจริงเป็นสิ่งไม่ตายครับ
 
   แล้วก็ต่อด้วยบัตรประชาชนทุกคนที่ควรจะมี ย้ำว่าทุกคน ตรงนี้มักจะเป็นช็อตเด็ดของหัวข้อประจำวันครับ เจอหลายขนานมาก "ผมคนไทยนะ","เคยพักมาหลายที่ไม่เห็นขอเลย","ทุกคนเลยหรอ","ไม่ได้ติดตัวมาอ่ะ" อย่าโวยวายหรือต่อล้อต่อเถียงเลยครับ ให้ไปตรงๆเลยแล้วพนักงานจะอึ้งไปชั่วอึดใจเป็ด พร้อมกับยิ้มอีก 1 ทีครึ่งเพื่อตอบแทนความน่ารัก ตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 โรงแรมต้องมีชื่อและเอกสารการเข้าพักของทุกคนครับ น่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอนะครับ ผิดกฏหมายเนี่ย แล้วประเภทที่ว่าแก้เขินด้วย"พักโรงแรม 5 ดาวมาหลายที่ไม่เห็นเคยขอเลย" พนักงานหลายคนก็จะยิ้มให้ครึ่งทีและตอบคุณกลับในใจว่า "เมิงหยุดโม้ไปเลย ไอ้กะหลั่วเอ๊ย"  
 
  กรณีศึกษา(สีแดงคือคิดในใจนะครับ)
ตอดอง : รบกวนขอบัตรประชาชนผู้เข้าพักทุกท่านครับ (ยิ้ม 180 องศา)
แขก      เด็กด้วยหรอ (พร้อมยิ้มเยาะนิดๆ) 
ตอดอง   เพราะเมิงนั่งรถนานหรือมีสมองเท่านี้จิงๆ วะ
           เฉพาะผู้ใหญ่ครับ เด็กขอเป็นแค่ชื่อ นามสกุลกับวันเดือนปีเกิดครับ (ยิ้ม 150 องศา)
แขก      ทุกคนเลยหรอ (ขมวดคิ้ว แสดงความไม่พอใจ จะดูคล้ายใบหน้าตัวไถนาทำหน้าสงสัยมาก)
           คนเดียวไม่ได้หรอ
ตอดอง   ภาษาไทยวันละคำวันนี้ เสนอคำว่า"ทุกคน"
           ครับทุกคนเลยครับ เป็นระเบียบของทางโรงแรมอ่ะครับ
แขก       พักไม่กี่วันเองนะ
ตอดอง   แล้วมันเรียกว่าพักมะ
           วันเดียวก็ต้องเอาอ่ะครับ (ยิ้มอีกที 120 องศา)
แขก       (เดินกลับไปหาญาติๆแล้วสุมหัวกันแป๊บ) อ่ะ เอาไป (โยนเหมือนไม่เอาคืนแล้ว)
ตอดอง   ขอบคุณครับ ทั้งหมดกีท่านอ่ะครับ
แขก      ก็เนี่ย เอ่อ ผู้ใหญ่ 4 เด็กโต 1 เด็กเล็ก 1(เล็กที่ว่านี่ 10 ขวบครับ)
ตอดอง   น้องชื่ออะไรบ้างอ่ะครับ
แขก      ดญ. x%#@$#&*
ตอดอง   นามสกุลอ่ะครับ
แขก      ก็นามสกุลเดียวกับพ่อน่ะสิ
ตอดอง   คำถามเดียวกับไอ้ปื๊ด "แล้วมันลูกใครวะ" นี่กูไม่ได้เป็นทะเบียนราษฎร์นะโว้ย จะได้ดูได้ว่าใครลูกใคร สาดดดด
           (จากการคาดเดา) เป็น ฿๕๔๓ นะครับ แล้ววันเดือนปีเกิดครับ
แขก      XX/XX/XX
ตอดอง   อีกท่านละครับ
แขก      ชื่อ !@##%$ นามสกุลเดียวกัน
ตอดอง   วันเกิดละครับ
แขก      XX/XX/XX
ตอดอง   เย็ดซำเค่ รังไข่ตกไข่แล้ว บ้านเมิงยังเรียกเด็กอีกหรอวะ
           ถ้าอย่างนั้น น้องก็อายุ 16 แล้วนะครับ ต้องขอบัตรประชาชนด้วยครับ แล้วทางโรงแรมขอระบุเป็นผู้ใหญ่นะครับ
แขก      นี่ผมถามจริง ๆเถอะทางโรงแรมจะเอาบัตรไปทำอะไรเนี่ย
ตอดอง   มันเป็นระเบียบตามพระราชบัญญัติอ่ะครับ ประกอบกับตอนนี้กิจการโรงแรมในภาคใต้จะถูกเข้มงวดมาจากหน่วยงานรัฐบาล ให้มีรายชื่อผู้เข้าพักและเอกสารของแขกทุกคน เพราะกรณีตอนเกิดสึนามิแล้วมีผู้สูญหายและไม่สามารถระบุนามได้เยอะมากครับ
แขก      (อึ้งไป 10 ชั่วอายุปลวก) เอ่อ...แล้วถ้าเกิดไม่ได้พกมาล่ะ
ตอดอง   แมร่งงงงงงง เอ๊ย นี่กูไม่ได้ขอลูกเมิงมาทำเมียนะไอ้สาดดดดด กูขอบัตร ๆๆๆๆๆๆๆ นี่เมิงมาไกลบ้านขนาดนี้ เมิงไม่พกบัตร แล้วที่สำคัญที่สุดเมิงขึ้นเครื่องบิน ไม่ต้องใช้บัตรหรือไงฟะ เมิงคิดว่าเขาไม่เคยขึ้นเครื่องบินกันหรือไงวะ กูยอมแล้วววว
             
  จากนั้นก็การการันตีค่าใช้จ่ายต่างๆครับ คุณจะให้เป็นเงินสดมัดจำ(Cash Deposit)ซึ่งนั่นหมายถึงว่าคุณต้องเสียเงินสดๆเป็นจำนวนค่อนข้างมากจนกระทั่งเช็คเอ้าท์ถึงจะได้คืน หรือถ้าการันตีด้วยบัตรเครดิตการ์ดจะดีกว่าครับ เพราะพนักงานจะเพียงแค่จดตัวเลขบัตรไว้หรือบางโรงแรมอาจมีการทำ Pre-Authorization เพื่อกักวงเงินไว้ก่อนและทำการคืนให้หลังจากเช็คเอ้าท์(ระยะเวลาที่ได้คืนขึ้นอยู่กับธนาคาร) ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ทีโรงแรมวางไว้ครับ มันมีหลายปัจจัยที่จะเป็นเกณฑ์ว่าบัตรจะถูกทำ Pre-Auth หรือไม่ ลองสอบถามพนักงานดูก่อนก็ได้ อย่าไปโวยวายว่าโรงแรมชาร์จบัตรเครดิตนะครับ มันจะเป็นการโชว์พาวโง่เปล่าๆครับ เงินแค่ไม่กี่หมื่นที่ได้จากบัตรเครดิตของคุณเทียบกับโรงแรมที่รายได้ต่อวันเป็นล้าน ครับมันไม่คุ้มหรอกครับ !!
 
ปล. ต่อวันหน้าครับ ไม่คิดว่าจะยาวววววววขนาดนี้
 
ปล. 2 การที่มีภาษาอังกฤษประกอบ เพราะว่าศัพท์โรงแรมส่วนใหญ่มักใช้การทับศัพท์มากกว่าพูดคำไทยครับ ไม่ได้กระแดะนะ
 
                                                                                    ตอดอง
04 giugno

Suspense Thriller, Fantasy and Romantic Comedy

   บล็อกนี้ 3 เรื่องรวดเลยนะครับ ช่วยชาติประหยัดพลังงานจะได้ไม่ต้องเปิดคอมกันบ่อยๆ พักเรื่องปวดหัวอย่างการเมืองดีกว่านะครับ มันคง"เกินแก้"แล้ว ที่เหลือก็แค่รอม็อบระเบิด หุ หุ...แล้วก็พอดีในเครื่องไม่มี Photoshop อ่ะครับ เพราะลงวินโดว์ใหม่แล้วไม่ได้ลงเพิ่ม เลยต้องดูภาพแยกไปก่อนนะครับ

   ระทึกซ่อนระทึก... ชื่อภาษาไทยนี่อุตส่าห์คิดได้นะ พล็อตแนวเดียวกับหนังเรื่องอะไรสักเรื่องที่ผมจำไม่ได้(เมิงจะเขียนทำไมให้เปลืองบรรทัด) แต่ได้มืออาชีพมาเพิ่มรสและการวางพล็อตก็ค่อนข้างเนียนกว่า...เสียแค่ตอนจบ ทั้งที่"โอบี-วัน"อุตส่าห์รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดแท้ๆ เสือกยังกลับมาเป็นพ่อพระตามหารักแท้อีก ไม่รู้มันคิดว่า"วูลฟ์เวอร์ริน"ละเมอไปวางระเบิดห้องมันแบบไม่ตั้งใจหรือไงวะ ถึงไม่เตรียมแผนเป็ดอะไรไปเลย ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบ Skeleton Key ซะอีก...ถ้าเข้าไปดูอย่าคิดตามหรือเดาล่วงหน้าครับ...เพราะเดี๋ยวจะรู้ตอนจบ....Are you free tonight ?

   อภินิหารนาร์เนีย : เจ้าชายแคสเปียน....บอกได้เลยว่าดีกว่าภาคแรก ถึงแม้เนื้อหาจะไปเสียเวลาอะไรไม่รู้บางส่วน แต่เนี้อเรื่องตื่นเต้นกว่าและมี"อรรถรส"มากกว่าเพียงแค่จะโชว์เวทมนตร์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นมุขแบบ"ลดเครดิตฮีโร่"ที่เห็นได้ในหลาย ๆเรื่องของวรรณกรรมเยาวชน แต่อย่างไรซะมันก็สอดคล้องความจริงที่ว่า"ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ"อยู่แล้ว ที่สำคัญฉากที่ถ่ายทำ ถ้าสีทะเลและลำธารเป็นของจริง ยอมรับเลยครับว่าสวยมากๆ ดูภาคแรกไปแล้ว ก็ไปดูต่อเถอะครับ จะได้เสียตังค์ให้ภาคต่อไปอีก.....แต่อัสลาน นี่หยิ่งโคตรๆ

   หนุ่มฟุ้งสาวเฟี้ยวเปรี้ยวรักที่เวกัส... ฮาว่ะ เป็นหนังฝรั่งที่ทำให้ตลกได้แบบไม่ต้องแค่นเลย ผมไม่เจอหนังแบบนี้มาหลายปีมากแล้ว หลังจากเรื่องที่พอทำให้ผมขำได้คือ Dumb n' Dumber ภาคแรก(เป็น 10 ปีนะเนี่ย)ไม่รู้คนอื่นจะว่าไง แต่ผมว่ามุขมันเก็ทได้ทั้งโลก ไม่ใช่มุขฮาหมาหาวแบบอเมริกัน ค่อนข้างลื่นไหลทั้งเรื่อง รวมทั้งเหตุผลที่ต้อง"งอน"ค่อนข้างดูสมจริงมากกว่านางเอก"ปมด้อย" ตามหนังรักทั่ว ๆไป ที่เที่ยวงอน5งอนhell อะไรไม่รู้(แต่ทุกคนยอมรับว่า สร้างจากบรรทัดฐานธรรมชาติของผู้หญิงจริงๆ ที่งอนบ่อยพอๆกับการส่องกระจก เว้ย เฮ้ย ตีนมา!!!!!!!!!) ถึงตอนจบจะง่ายไปนิดแต่ก็นั่นแหละก็งอนอ่ะจะเอาอะไรวะ ไม่ได้ฆ่าพ่อตาตายนี่หว่า อีกเรื่องที่แนะนำสำหรับคนเครียดครับ......ผิดสัญญาแบบคนดูไม่รู้ตัวเลยครับ

  ปล.ผมมี Hi5 แล้วววววววววอยากดู คลิกเลย

  ปล. 2 วิจารณ์ไม่เยอะนะครับพอดีกะลังเครียดกับการเมืองครับ

                                                                                        ตอดอง

 

30 maggio

นิยามของ"กระเทยหนักแผ่นดิน"

     พอดีมีโอกาสได้โหลดคลิปรายการของ "วู้ดดี้" ที่สัมภาษณ์นายแบบและอดีตนักร้องผู้ซึ่งไม่รู้จะเรียกว่ามันเปิดเผยหรือหลงตัวเองดี คำสัมภาษณ์แต่ละเรื่องมันต้องพาวกเข้าเรื่องหากินของมันทั้งนั้น หัวเราะแต่ละทีนี่เหมือนชีวิตมันไม่ค่อยได้หัวเราะ คงไม่มีเฮียกอะไรจะเสียแล้ว ถึงออกมาประจานสันดานตัวเองซะงั้น เสือกไปด่าคนอื่นว่า"กระเทยหนักแผ่นดิน"อีก ดูมันทำ แต่คำที่มันด่ามันทำให้ผมนึกถึงบุคคลผู้หนึ่งมากกว่า
    ในที่สุดมันก็ออกมาประกาศว่าจะลาออก หลังจากใช้หน้าแถกรักษาตัวรอด ตามวิชาของ"พ่อ"มันมาได้ระยะหนึ่ง(วิชายังไม่แก่กล้าเท่าต้นตำรับ) มันคิดว่าคนทั้งประเทศเขาไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษรึไงฟะ ถึงเที่ยวแก้ตัวอยู่ว่าคนแปลบิดเบือนความจริง ชีวิตของคนอย่างมันจะมีความจรืงอยู่สักกี่ข้อ ให้บิดเบือนได้ขนาดนั้น ยอมรับตามตรงเลยว่ายังไม่เคยเห็นใคร "หน้าด้าน"จะจะได้ขนาดนี้ นี่ขนาดคนทั้งประเทศจับตาดูมันอยู่นะเนี่ย
 
                                        ตอดอง
05 maggio

ไม่ยืน ไม่ใช่ อาชญากร...คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากรรม

-------------------- เหลืองระบาด --------------------

เหลืองเหลืองลามทั่วหล้า..................แว่นฟ้า ธานี
แฟชั่นอันอัปรีย์...........................แบ่งชั้น
ลวงหลอกร่ายมนต์หลอน.................ยากล่อม สาปเชื่อง
ดิ้นดับเสรีสิ้น..............................ศักดิ์ศรีมนุษย์ชน

เหลืองเหลืองลามทั่วหล้า..................แว่นแคว้น แดนไทย
แดงหลบลับเลือนไป......................หมดแล้ว
พอเพียงเลื่องลือนาม......................จริงเปล่า ฤาพ่อ
ให้บ่าวทวยราษฎร์ใช้......................ล่ามไว้ตลอดกาลฯ
 
   ความจริงผมไม่อยากจะลง กลอนอหิวาต์นี่ให้เสียบล็อกหรอกครับ แต่มันไม่ไหวแล้วจริง ๆ ทำไมถึงเดรัจฉานได้ขนาดนี้ ดังจังนะครับ คุณ"โคตรจะสัตว์"(นามสมมติ) มันจะไม่จาบจ้วง ล่วงเกินมากไปหรือ พระมหากษัตริย์เคยทำอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจหรืออย่างไร ท่านเคยออกมาต่อว่าการกระทำของคุณสักนิดหรือก็ไม่ ทำไมคุณต้องออกมาเดือดร้อนแทนคนทั้งประเทศกับการยืนไม่ถึง 3 นาที ด้วยการใช้อวัยวะเบื้องไหนก็ไม่รู้กลั่นกรองความคิดอันปฏิกูลอย่างไร้ที่ติ ออกมาให้เห็นถึงความ(อ่อนอย่าง)สูงของเจ้าของการกระทำ
 
   แกนนำกลุ่ม 19 ปัญหา(นามสมมติ) ผู้ผดุงไว้ซึ่ง"ประชาธิปไตย" = ระบอบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นส่วนใหญ่,การถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542) แล้วในเมื่อคนทั้งประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะยืนเคารพเมื่อเพลงสรรเสิรญพระบารมีดังขึ้น ซึ่งเป็นเพลงประจำพระองค์ของมหากษัตริย์ไทย ผู้ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ แล้วตกลงผู้ผดุงไว้ซึง"ประชาธิปไตย" รับไม่ได้อย่างนั้นหรือหรือจะให้เด็ก ป.4 ท่องให้ฟัง 
 
   ยอมรับได้ว่าผมก็ไม่เคยเห็นพระองค์ท่านจริง ๆ แต่ก็ผมไม่เชื่อว่าการสั่งสอนสืบทอดกันมา การใส่ความคิดลงในระบบการศึกษาหรือกระทั่งการโฆษณาชวนเชื่อในปัจจุบัน จะปกปิดความจริงหรือบิดเบือนความคิดของคนไทยทั้งประเทศให้เห็นผิดเป็นชอบ คิดอย่างนี้จะดูถูกสติปัญญาของเราเอง ปู่ย่าตายายพ่อแม่เรามากเกินไปหรือไม่ คน 60 ล้านคนนะครับหรือเห็นคนทั้งประเทศเป็นอักษรไทยตัวที่ 4 อย่างคุณ
 
    ส่วนน้อย..ไม่ใช่ส่วนผิด ถ้าอยู่ในส่วนที่เป็นของมัน คิดต่าง...ไม่ใช่สิ่งผิดในสังคมประชาธิปไตย์ ถ้าไม่พยายามล้มล้างสิ่งที่ถูก ไม่ยืน..ไม่ใช่สิ่งผิดถ้าไม่ใช่ในที่สาธารณะของสังคมประชาธิปไตย์อย่างประเทศไทย พอเหอะครับ รับเงินจากนายเหลี่ยมนั่น...รวยแล้ว...พอแล้วแหละ
 
   ปล. แกนนำกลุ่ม 19 ปัญหา โถ โถ โถ..........ขี้ข้าไอ้หน้าเหลี่ยม 
 
   ปล. 2 เสียชีวิตเมื่อไหร่ ผมจะขอการบินไทยเป็นกรณีพิเศษ เอาศพไปฝังนอกประเทศให้นะครับ อย่าให้ดินของแผ่นดินนี้กลบหน้าเลย เสียดายดิน
 
                                                                   ตอดอง
16 aprile

เวลาที่เดินถอยหลัง มันบอกอะไร ?

    
    หายไปนานเลยแฮะ เพลงประกอบก็ไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ทำไมมันยุ่งพรรค์นี้ฟะ....ยุ่งสาดดด เลยไปเที่ยวเกาะสุรินทร์ซะ คลายเครียด หุ หุ ไว้วันหน้าจะรีบเล่าให้ฟังเนื่องจาก รำคาญ sms ครับ ถามกันเข้ามาเยอะเหลือเกิน
 
   ลองของ 2....แนะนำเลยครับแนะนำ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังแนวสยดสยองผสมผสานความสกปรก เรียกว่าถ้าหนอนในเรื่องเปลี่ยนเป็นตัวรถด่วนแทน ปิดกล้องคงทอดกันกินยันหลานคนที่ 5 บวชก็ยังไม่หมด เนื้อเรื่องโอเคครับ ทำได้สอดประสานกันดีกับภาคแรกมากทีเดียว (ดูเอาแบบไม่ต้องไปนับถึงขนาด นาทีนี้ นาทีนั้น นะครับ) ก็เป็นเหมือนต้นกำเนิดของความซาดิสม์ของภาคแรก ดีนะที่ไม่ตั้งชื่อว่า ลองของ เดอะ บีกินนิ่ง เหมือนพวก "Silent of the lamb" หรือ "Texas Chainsaw" ไม่งั้นคงไม่ได้มาวิจารณ์กันแบบนี้แน่ รำคาญโคตร !! พอดังนิดดังหน่อย เอะอะ ก็ The Begining แล้วก็สโลแกน "ทุกตำนานมีจุดเริ่มต้น โฮะ โฮะ โฮะ" เซ็งตับเป็ด !!! สำหรับผม ฉากเอาเด็กออกนี่แนะนำเลยครับ ถ้าไม่นึกถึงตอนควักกระเป๋าตังค์คงจะหลับตาแล้ว ดูแล้วพูดตรง ๆครับ....เสียวมดลูก !!
  
   เสี้ยววินาทีสังหาร...ถ้าดำเนินเรื่องด้วยตัวพระเอกคนเดียว ค่าบัตรคงแค่ 20 บาท ผู้กำกับก็เลยเพิ่มอีก 100 ด้วยการเพิ่มตัวดำเนินเรื่องซะ หนังดำเนินเรื่องด้วยการย้อนเวลาไปให้ดูความเป็นมาแต่ละคน โฆษณาว่า 8 คน 8 มุมมอง แต่หนังย้อนเวลาแค่ 5 ครั้งเอง ตกลง 8 มุมมองนี่มันของครายยยยมั่งฟะ อยากรู้มาดูกัน
1).มุมมองของประชาชนตาดำ ๆ ผ่านสื่อ กับ TV Producer สาวน้อยไปนิด ที่จะให้เห็นว่าสื่อมีวิธีควบคุมมุมมองเราอย่างไร 
2).บอดี้การ์ดขี้ระแวง พระเอกของเรานั่นเอง เป็นมุมมองของพระเอ๊ก พระเอก หาดูได้ตามหนังแอ็คชั่นทั่วไป
3).พยานโดยบังเอิญ เป็นเหมือนพวกการขอตัวช่วยของพระเอก ซึ่งตอนนี้เป็นบทที่จะต้องแทบใส่ไปในหนังทุกเรื่อง แล้วก็จะต้องเป็นพวกมีปมด้อยมาก่อน แล้วก็ต้องอยู่ดี ๆ ดั๊นกล้าขึ้นมาเหนือปุถุชน ประมาณนึกได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยลั่นวาจาไว้ "ผมจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คอยจับผู้ร้ายฮับป๋ม" แล้วก็วิ่งไปเตะลูกหมาตัวเล็ก ๆ 1 ทีด้วยความสะใจ
4).ตำรวจตงฉิน ที่ผู้กำกับเปลี่ยนสปีชีส์ให้เป็นแพะซะ ด้วยการใส่ทั้งการตาบอดจากความรักและความโง่บัดซบเหมือนพวกตำรวจค่าตัว 99 บาทที่จ้างมาเลอะสี ไม่รู้มันจะมีทำไม 
5).ตัวร้ายผู้ปราดเปรื่อง มาในคราบของคนประกอบฉาก แล้วแผนการก็ต้องล้มเหลวเพราะคุณธรรมในใจที่ผู้กำกับหนัง หลับตายัดเยียดใส่ในบทให้อย่างเสียไม่ได้ 
6).มือปืนผู้ถูกขู่บังคับเพราะน้องชายจะถูกตัด ! เอ้ยจะถูกฆ่า ประมาณว่า ไม่มีใครอยากเลวหรอกนะ ทุกคนมีเหตุผลจำเป็นทั้งนั้นแหละ "กูฆ่าคนไปแค่ 500 กว่าคนเอง เพราะกูรักน้องชายกูอ่ะ" 
7). เพื่อนพระเอก ซึ่งสุดท้ายแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคือ... อันนี้ต้องไปดูเองคับ 
8).ตัวร้ายเพศหญิง ซึ่งทั้งเรื่องก็ต้องแสดงถึงความใจอ่อนในฐานะผู้ยิ้ง ผู้หญิง ซึ่งไม่เคยล้อเล่นต่อความรักนะแต่หน้าที่ต้องมาก่อน เข้าใจด้วยที่ทำไปเพราะเราก็คงเป็นได้แค่เส้นขนาน โฮ โฮ "เราคงเข้ากันไม่ได้" (โอ้ว ได้โปรดระเบียบรัตน์ ออกมาเซ็นเซอร์ ประโยคนี้ที)
    ...ครับ นั่นคือทั้ง 8 มุมมอง แต่ผมมีแถมให้อีก 1 นั่นคือ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ ผู้ปราชญ์เปรื่อง ทันเกมส์พวกก่อการร้ายที่แสนจะชั่วร้าย โอ้วววว มึงระเบิดกู 1 ตึก กูเอาคืน 1 ประเทศ และยังมีกึ๋นสุด ๆ ไม่ต้องมีการ์ดกูก็สู้ไม่กลัวตาย ศักดิ์ศรีผู้นำแห่งโลก เอ้ย แห่งอเมริกา ไม่มีการหนีหัวซุกหัวซุน เข้ามาเลยไอ้พวกก่อการร้าย กูต้องมีชีวิตเพื่อพิทักษ์ความถูกต้องแห่งโลกต่อไป โอ้ววววว เป็นไงล่ะ สุดท้าย กูก็......ไปดูเถอะครับ แนะนำเลย เห็นออสการ์รำไร ๆ
 
  ปล. เอาอีกละครับ เข้าไปดูหนังเจอพวกญาติฝ่ายแม่เป็นเมียน้อยผู้กำกับอีกและ ขอยืมคำพี่วิชัยมาด่าหน่อยละกัน ไอ้สเปิร์มเน่าเอ๊ย !! พี่แกพากษ์ซะ ผมเกือบลืมตัวออกไปด่าคนขายตั๋วเลยว่า....ผมบอกแล้วนะว่าผมเอาซาวด์แทรค !!! (เย็ดโด้ ดูดี ดูดี)
 
                                                                                ตอดอง
08 marzo

ผู้กำกับซาดิสม์

   ผ่านไปแล้วนะครับทั้งการแจกรางวัลภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ ไทยก็ไม่พ้นเสือนอนกินอย่าง"รักแห่งสยาม"ที่กวาดทั้ง"สุพรรณหงส์"และของ"ชมรมวิจารณ์บันเทิง" เห็นมะผมบอกแล้ว หุ หุ ! ส่วนเพลงประกอบสเปซเดือนนี้ ถ้าใครสงสัย ผมให้เกียรติแก่เจ้าของรางวัลจากทั้ง Oscarและสุพรรณหงส์ เพลงละครึ่งเดือนครับ

   มฤตยูหมอกกินมนุษย์...ฉากหลักจะอยู่แค่เพียง"ซุปเปอร์มาร์เก็ต"แห่งหนึ่งเท่านั้น ดำเนินเรื่องโดยใช้"อุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด(สันดาน)"ที่จะถ่ายทอดออกมาเมื่อความกลัวเข้าครอบงำถึงขีดสุด ไม่แน่ใจว่าตอนจบหนังต้องการสื่ออะไร อยากให้ไปดูกันครับ แล้วลองวิเคราะห์ดูเอาว่าหนังจะสอนอะไรหรือว่าผู้กำกับมันซาดิสม์ชอบเห็นความทรมาน(ทางจิตใจ)ของคนดู แต่สันดานเมื่อจนมุมของมนุษย์ จะออกชัดเจนมาก "รวมกันเราอยู่แยกหมู่เราตาย"ใช้ไม่ได้เลยกับหนังเรื่องนี้ ออกจะเป็นแนว"ผิดศีลก็ต้องถูกพระเจ้าลงโทษ"อะไรประมาณนี้มากกว่า รู้สึกว่าอารมณ์และความต้องการของตัวละครมันแปลก ๆ ขัด ๆ อย่างไรไม่รู้ครับหรือเพราะมันเป็นสันดานคนกลัวก็ไม่รู้ หรือเพราะมันไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นเลยทำให้รู้สึกแปลกก็ไม่แน่ใจ เพราะบางฉากมันน่าจะวิ่งได้แล้วก็ไม่วิ่ง หรือน่าจะช่วยก็ไม่ช่วยอะไรประมาณนี้แหละครับ แต่พอดูจบผมพอคิดได้อะไรได้นิดนึงว่า หนังที่สื่อถึงคนที่คลั่งบ้าใน"พระพุทธเจ้า"แบบผิดทางยังไม่เคยมีเลย รวมถึงเรื่องแบบนี้ผมก็ไม่เคยได้ยินข่าวด้วย น่ายินดีเหมือนกันนะครับ แต่หดหู่มากกว่า..ไอ้หนังฆาตกร(ฆ่าความสุข.....ของกู)

   ปล. หนังไทยและคนไทยโกอินเตอร์จังนะครับอยากดูจัง "Bangkok Dangerous" รวมทั้ง "The Eye"จัง แต่ยังงงว่า "Shutter" เนี่ยมันใช่ของเราไปทำใหม่ป่าว ???

   มาถึงช่วงคำถาม"แฟนพันธุ์แท้"อีกเช่นเคย อันนี้เป็น"การ์ตูนญี่ปุ่น"ครับ ตัวละครใดเป็นแกะดำ 

  1. โทนี่ ช็อปเปอร์      2. อัลบีด้า          3. ฟังฟรีด          4. นิโค โรบิน          5. คร็อกโคไดล์   

                                                                     ตอดอง

26 febbraio

ไล่รัสเซีย 500 ล้าน? จัมเปอร์คนเดียวก็พอออ..

  ตกลงไม่ได้ดูซักทีกับหนังที่อยากดู น้องจีจ้าจัง แต่เอาเฮอะ ไม่เกิน 3 เดือน ....เดี๋ยวก็เป็นแผ่น เร็วสัดหนังไทย เขาว่า"เพื่อสนับสนุนนโยบายการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์"...หรือกลัวคนเขาหายอยากแล้วไม่ซื้อกันแน่วะ ว่าแล้วก็บรรเลงตามคุณ MARZINKA เลย

  คนโดดกระชากมิติ...ไม่รู้ชื่อไทยชื่อนี้รึป่าว ก็ดีนะครับ สงครามระหว่างจั๊มป์เปอร์กับพาลาดิน(Paladin) พาลผมนึกไปถึงเกมส์เลย "พาลาดิน"เป็นหนึ่งในอาชีพสายอัศวิน (Knight) ซึ่งใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ (Holy) ในการต่อสู้ เนื่องจากเชื่อว่าตนเองเป็นนักรบแห่งพระเจ้า จึงคอยปราบปรามทุกมนตร์ดำและพลังของซาตาน แต่สุดท้ายก็สู้ซาตานไม่ได้ ก็คนธรรมดานี่ครับ ตัวร้าย(ในที่นี้คือพาลาดิน)ก็เลยโดนปราบไม่ยากเท่าไหร่ ดูเอาก็รู้ครับ จั๊มเปอร์ที่ตายๆ ไปก็เพราะความหลงระเริงในพลังนั่นแหละครับ ถ้าจะว่าแล้วก็ดูเอาเอ็ฟเฟกต์แหละครับ ดูที่ท่องเที่ยวด้วยสำหรับคนใจรัก...ซาตานจงเจริญ !!

   คนกล้าแผนการณ์พลิกโลก... เท่าปัญญาที่ผมพอจะวิเคราะห์ได้ หนังเรื่องนี้"กัด"อเมริกาและระบอบประชาธิปไตย์ซะเละเลย แค่เครดิตของตัวพระเอกก็เห็นแล้วว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเพียงแค่การโหวต ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ดี ขอให้จำนวนคนเยอะพอ"ความผิด" ก็ถือเป็น"ความถูกต้อง"ได้ เพียงแค่ชนะการโหวตในระบบอบประชาธิปไตย์ ทั้งยังรวมถึงการเลือกตั้งด้วยเช่นกัน "อเมริกา"ถูกผลักดันด้วย"วิลสัน"(สส.เสเพลที่คนภายนอกไม่มีใครรู้จัก แต่เป็นที่ค่อนข้างนับถือและมีบุญคุณในหมู่นักการเมืองด้วยกัน เพียงเพราะเป็นคนที่"โหวต"ให้ใครง่ายๆ) ที่ชนะการโหวต จนส่งเงินเป็นร้อย ๆ ล้านเพื่อช่วยส่งอาวุธให้อัฟกานิสถานอย่างลับ ๆ เพราะต้องการชนะ"รัสเซีย"ประเทศคู่แค้นเพื่อสนองความสะใจ แต่หนังจะเสนอเป็น 2 ประเด็นกลบเกลื่อนคือ ที่ตัว"วิลสัน"เองจะเสนอว่า เพราะความสงสารในกลุ่มคนอัฟกานิสถาน แต่ที่ตัว"อเมริกา"จะเป็นประเด็นที่ว่า กูเป็นฮีโร่ของโลก ต้องช่วยผู้ถูกรังแก ทำไมถึงคิดอย่างนี้ ? ต้องไปดูตอนจบครับ เพราะมี"หัวข้อ"หนึ่ง ที่วิลสันขอเสนอเพื่อช่วยอัฟกานิสถานเช่นกัน กลับแพ้โหวต !! และท้ายที่สุดสิ่งที่อเมริกาทำกลับกลายเป็น"ช่วยเพิ่มเขี้ยวเล็บ"ให้ลูกเสืออีกตัวซะงั้น ก็คงต้องเหนื่อยกันต่อไปนะครับ "กัปตันอเมริกา"...

   พูดถึงเรื่องเกมส์ไป ผมมีคำถามมาถาม"แฟนพันธุ์แท้เกมส์"กันด้วยครับ "บอสตัวไหนเป็นแกะดำ" ระหว่าง

                                                                                          ตอดอง

21 febbraio

CJ7 บรื๋อ..อ์อ์

 

   เข้าคิวจ่ายตังค์ที่ 7-11 อยู่ดีๆ เจอน้องที่เคยคุยกันซึ่งน้องเขาทำงานอยู่คนละที่ ด้วยความที่น้องคุยน่ารัก เลยคุยเพลิน สักพักรู้สึกเหมือนอะไรมาไต่ๆ ที่ข้อศอก ซึ่งเป็นจังหวะที่น้องขอตัวกลับไป ก็เลยเงยหน้ามองน้องต่อ เพื่อร่ำลาในขณะที่อีกมือก็เอาไปปัดที่ข้อศอก เฮี้ยกกกก ไรวะ! ยกข้อศอกดู เป็นคล้ายๆพลาสติกใสทรงกระบอกปลายแหลมปักอยู่ เย็ดซำโค่ ! ผึ้งเปรตนี่มันซื้อของ 7-11 ด้วยหรอวะ ! เจ็บเอี้ย ๆ ! สมองพรุ่งปรี๊ดไปถึงตอนทำงานเมื่อกลางวันเลย อยู่ๆเพื่อนก็ทักมาว่าปีนี้คนเกิด"ปีไก่"ดวงไม่ค่อยดีนะให้ระวังหน่อ... สักพักน้องก็เดินมาทักอีกว่าปีนี้"ราศีสิงห์"จะค่อนข้างลำบากนิดนะ กู..ทั้งปีทั้งเดือนเลย แม่งเอ๊ย...เชื่อเลยกู...ผึ้งต่อยใน 7-11....

    "CJ7"... มีแต่คนถามว่า"มึงอารมณ์ไหนเนี่ยอยากดู CJ7" จริงๆ เรื่องนี้นี่แรงบันดาลใจจาก"คนเล็กหมัดเทวดา"เลย ทั้งฮาทั้งบู๊ได้อารมณ์ เอฟเฟ็กต์ก็ดี เนื้อเรื่องก็ใช้ได้ เลยขอลองอีกทีกับ "โจว ซิง ฉือ" ดูแล้วรวมๆก็ผิดหวังนิดหน่อยกับเนื้อเรื่องที่ไม่เด่นเลย กลายเป็นหนังอีสปด้วย ก็ต้องไปดูคับว่าเขาพยายามสอนอะไร ก่อนเข้าไปตั้งความหวังให้ช่วยคลายเครียดไว้มาก เลยไม่ค่อยมีสมองคิดเท่าไหร่ ใครรู้ก็บอกบ้างนะคับ แต่ดนตรีนี่เยี่ยมเลยอีกทั้งมุขมันค่อนข้างโอเคอ่ะ ไม่ได้หมายถึงความตลกนะ แต่เป็นความเด่นชัดและความง่ายที่จะเก็ท อาจเพราะอยู่ในแถบเดียวกันมั้ง ไม่เหมือนหนังยุโรปมันจะเป็นตลกที่ค่อนข้างต้องพิจารณาหน่อยถ้านั่งดูกับฝรั่ง พี่แกก็ขำมุขใหม่ไปแล้วแต่เราเพิ่งจะเก็ท นางเอกยังคงความน่ารักโคตร ๆๆ ทั้ง 2 เรื่อง สงสัยนี่เป็นจุดหลักของ"สตีเฟ่น"เขาแหง และที่สำคัญที่สุด CJ7 น่ารักมาก ๆๆอ่ะ ซื้อได้ที่ไหนฟะ

    "สะใภ้บรื๋อออ"...นี่ถ้าเล่าให้คนที่ทักเรื่อง CJ7 ฟังก่อนว่าจะไปดู เชื่อว่ามันคงเปลี่ยนคำพูดข้างบนแน่นอน(และคนที่อ่านก็คงคิดเหมือนกันว่า"มึงอารมณ์ไหนเนี่ย") ถูกคนลากอีกแล้วคับ ไม่มีความอยากดูเลย เชื่อว่าเป็นหนังตลกที่ช่วยเพิ่มความเครียดเป็นแน่แท้ แล้วก็ถูกเผงเลย สงสัยปีนี้"พี่ปื๊ด"กำกับเยอะไปหน่อย "รักสยามเท่าฟ้า"ผมยังไม่ได้ดู ไม่ขอออกความเห็น..แต่ "สลัดตาเดียวกับเด็กสองร้อยตา"ขอติดลบไว้ก่อนเลย เชื่อว่าคงไม่ดู ผมว่าแกทำหนังแนวประวัติศาสตร์เรื่อยๆ คงโอเคกว่า "102 ปิดกทม.ปล้น"ก็ยังโอเค เนื้อเรื่องก็เกือบโกอินเตอร์ได้เลย ตอนจบอาจแหม่งๆ นิด แต่ถ้าเป็นเรื่องนี้ เหมือนจะหยิบ"นางนาค"มาทำเป็นหนังตลกเลย ดูไปดูมาเลยไม่รู้จะกลัวหรือจะขำดี "บุปผาราตรี" กินขาดคับ

    ช่วงนี้ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยคำถามสำหรับ"แฟนพันธุ์แท้"หนังไทย ด้วยคำถามเงินล้านที่ว่า "หนังเรื่องไหนเป็นแกะดำ"ระหว่าง

  1) เด็กหอ   2) รักแห่งสยาม  3) สายลับจับบ้านเล็ก  4) หมากเตะรีเทิร์น  5) เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
    "ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ ป.4 นะ" เหะ เหะ
 
 ปล. ต่อข้อเรียกร้องของคุณ Marzinka ที่ว่าให้ไปดูนมเด็กที่แสดงนั้น พอดีว่าผมเข้าไปดูมาซะก่อนที่คุณจะบอก แต่เท่าที่สังเกต ก็น่าจะเป็นผู้ชายนี่หน่า(พอดีหนังมันไม่มีฉากเลิฟซีนว่ะ)
                                                                                    ตอดอง